แพทย์แผนไทย โคราช รักษาโรค SLE ไขความลับวิธีรักษาโรคแพ้ภูมิตัวเองหรือโรคพุ่มพวง ( SLE)
รถตู้ให้เช่า ร้อยเอ็ด
หมอเอ ณัฐปราชญ์ คลินิก

ในช่วงวัยสร้างครอบครัว หลายคนเริ่มมีบทบาทและความรับผิดชอบเพิ่มมากขึ้น ไม่ว่าจะเป็นการดูแลคู่ชีวิต บุตร หรือพ่อแม่ การวางแผนทางการเงินจึงกลายเป็นเรื่องสำคัญที่ไม่ควรมองข้าม หนึ่งในเครื่องมือทางการเงินที่ได้รับความนิยมและตอบโจทย์คนวัยนี้ได้เป็นอย่างดี คือ ประกันชีวิตแบบสะสมทรัพย์ เพราะนอกจากจะช่วยสร้างความมั่นคงทางการเงินในระยะยาวแล้ว ยังช่วยคุ้มครองคนที่คุณรักได้อีกด้วย

วิธีเลือกประกันชีวิตแบบสะสมทรัพย์ สำหรับวัยสร้างครอบครัว

ประกันชีวิตแบบสะสมทรัพย์คืออะไร

ประกันชีวิตแบบสะสมทรัพย์ คือประกันชีวิตที่ผสมผสานระหว่าง ความคุ้มครองชีวิต และ การออมเงิน ผู้เอาประกันจะชำระเบี้ยตามระยะเวลาที่กำหนด เมื่อครบสัญญาจะได้รับเงินคืนตามจำนวนที่ระบุไว้ในกรมธรรม์ และหากเกิดเหตุไม่คาดฝัน เช่น เสียชีวิตก่อนครบสัญญา ผู้รับผลประโยชน์ก็จะได้รับเงินเอาประกันทันที

จุดเด่นของประกันชีวิตประเภทนี้คือ มีความเสี่ยงต่ำ เหมาะสำหรับผู้ที่ต้องการออมเงินอย่างมีวินัย พร้อมกับได้รับความคุ้มครองชีวิตไปในตัว ต่างจากการลงทุนที่อาจมีความผันผวนสูง

ทำไมประกันชีวิตแบบสะสมทรัพย์จึงสำคัญสำหรับวัยสร้างครอบครัว

สำหรับคนที่กำลังสร้างครอบครัว ภาระทางการเงินมักเพิ่มขึ้นอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ ไม่ว่าจะเป็นค่าใช้จ่ายในชีวิตประจำวัน ค่าเล่าเรียนบุตร ค่าที่อยู่อาศัย หรือการดูแลสุขภาพของสมาชิกในครอบครัว ประกันชีวิตแบบสะสมทรัพย์จึงมีบทบาทสำคัญในหลายด้าน ได้แก่

  1. สร้างหลักประกันให้ครอบครัว
    หากเกิดเหตุไม่คาดฝัน เงินเอาประกันจะช่วยดูแลครอบครัวให้สามารถดำเนินชีวิตต่อไปได้โดยไม่สะดุด
  2. ช่วยออมเงินระยะยาว
    การจ่ายเบี้ยประกันเป็นประจำเปรียบเสมือนการบังคับออม ช่วยให้มีเงินก้อนในอนาคต เช่น ใช้เป็นทุนการศึกษาบุตร หรือเงินสำรองยามเกษียณ
  3. วางแผนการเงินได้ชัดเจน
    รู้จำนวนเงินที่จะได้รับคืนแน่นอน ทำให้สามารถวางแผนเป้าหมายทางการเงินได้ง่ายขึ้น
  4. ช่วยสร้างวินัยทางการเงิน
    เหมาะกับคนที่ต้องการออมเงินแต่ไม่ถนัดการลงทุนที่มีความเสี่ยง

วิธีเลือกประกันชีวิตแบบสะสมทรัพย์ให้เหมาะกับวัยสร้างครอบครัว

การเลือกประกันชีวิตแบบสะสมทรัพย์ควรพิจารณาอย่างรอบคอบ เพื่อให้สอดคล้องกับสถานะทางการเงินและเป้าหมายของครอบครัว โดยมีแนวทางดังนี้

  1. ประเมินรายได้และภาระค่าใช้จ่าย
    ควรเลือกเบี้ยประกันที่ไม่เป็นภาระมากเกินไป โดยทั่วไปแนะนำว่าเบี้ยประกันไม่ควรเกิน 10–15% ของรายได้ต่อปี เพื่อให้ยังมีเงินเหลือสำหรับค่าใช้จ่ายอื่น ๆ
  2. กำหนดเป้าหมายการออมให้ชัดเจน
    ต้องการเงินก้อนเพื่ออะไร เช่น การศึกษาบุตร เงินดาวน์บ้าน หรือเงินเกษียณ เป้าหมายที่ชัดเจนจะช่วยเลือกแบบประกันและระยะเวลาคุ้มครองได้เหมาะสม
  3. เลือกระยะเวลาชำระเบี้ยและระยะเวลาคุ้มครอง
    บางคนอาจสะดวกจ่ายเบี้ยสั้นแต่คุ้มครองยาว ขณะที่บางคนอาจเลือกจ่ายยาวเพื่อกระจายภาระ ควรเลือกให้เหมาะกับแผนชีวิต
  4. พิจารณาผลตอบแทนและเงินคืน
    เปรียบเทียบจำนวนเงินที่ได้รับคืนเมื่อครบสัญญา รวมถึงผลประโยชน์ระหว่างสัญญา เช่น เงินปันผล (ถ้ามี)
  5. ตรวจสอบความน่าเชื่อถือของบริษัทประกัน
    เลือกบริษัทที่มีความมั่นคงทางการเงิน บริการหลังการขายดี และมีประวัติการจ่ายเคลมที่ชัดเจน
  6. อ่านเงื่อนไขกรมธรรม์อย่างละเอียด
    ควรเข้าใจข้อยกเว้น ความคุ้มครอง และเงื่อนไขต่าง ๆ ให้ครบถ้วนก่อนตัดสินใจ

ประกันชีวิตแบบสะสมทรัพย์เป็นเครื่องมือทางการเงินที่เหมาะอย่างยิ่งสำหรับวัยสร้างครอบครัว เพราะช่วยทั้งการออมเงินและการคุ้มครองชีวิตในเวลาเดียวกัน การเลือกประกันที่เหมาะสมควรเริ่มจากการเข้าใจความต้องการของครอบครัว ประเมินความสามารถทางการเงิน และเปรียบเทียบรายละเอียดของแบบประกันอย่างรอบคอบ เมื่อเลือกได้ถูกต้อง ประกันชีวิตแบบสะสมทรัพย์จะกลายเป็นรากฐานสำคัญที่ช่วยสร้างความมั่นคงและความอุ่นใจให้กับครอบครัวในระยะยาวอย่างแท้จริง

Go to top