msn   ยืนยันออกมาชัดเจนจากทั้งปากผู้บริหารบริษัทไมโครซอฟท์และ "สไกป์" อย่างเป็นทาง การแล้วว่า ภาย ในช่วงไตรมาสแรกของปี 2013 หรือพ.ศ.2556 ไมโครซอฟท์จะยุติการให้บริการโปรแกรม "แช็ต" หรือ "ไอเอ็ม" ชื่อดังระดับตำนาน ซึ่งช่วยเชื่อมร้อยการ "พูดคุยสื่อสาร" ของคนทั้งโลกเข้าไว้ด้วยกัน  นั่นก็คือ โปรแกรมเอ็มเอสเอ็น เมสเซ็นเจอร์ (MSN Messenger) หรือที่เรียกกันในปัจจุบันว่า "วินโดวส์ ไลฟ์ เมสเซ็นเจอร์" (WLM)และถ่ายโอนลูกค้าผู้ใช้งานWLM ทั้งหมดไปใช้ "สไกป์" แทน

 เป็น ที่ทราบกันดีในแวดวงไอที ว่า ไมโครซอฟท์ สหรัฐอเมริกา ทุ่มเงิน 8,500 ล้านเหรียญสหรัฐ หรือประมาณ 255,000 ล้านบาท เพื่อซื้อกิจการ "สไกป์" ไปเมื่อเดือนม.ค. ปี 2554 ที่ผ่านมานี้เอง
จุดประสงค์ก็เพื่อสร้างสร้าง "แพล็ตฟอร์ม" ระบบการสื่อสารใหม่ๆ แข่งกับคู่แข่งในธุรกิจไอที เว็บไซต์เทกครันช์ รายงานว่า โทนี่ เบตส์ ประธานแผนกสไกป์ บ.ไมโครซอฟท์ เปิดเผยว่า ภาย ในเดือนมีนาคม 2556 บริการวินโดวส์ ไลฟ์ เมสเซ็นเจอร์ หรือ WLM ทั่วโลกจะได้ฤกษ์ถึงคราว "หมดวาระ" ยกเว้นเฉพาะ WLM ในจีนจะยังคงให้บริการต่อไปเหมือนเดิมอีกระยะ
ในส่วนของขั้นตอนการโยกสมาชิก WLM ไปอยู่กับสไกป์นั้น ไมโครซอฟท์อธิบายเอาไว้ว่า  เริ่มต้นมาตั้งแต่การออกโปรแกรมสไกป์เวอร์ชั่นใหม่ 6.0 สำหรับระบบปฏิบัติการคอมพิวเตอร์ (โอเอส) ของค่ายแอปเปิ้ล และวินโดวส์เองเมื่อไม่กี่สัปดาห์ก่อน
โดยเมื่อดาวน์โหลด สไกป์ 6.0 มาเรียบร้อยแล้ว หลังจากนี้ทางฝั่งผู้ใช้ MSN หรือ WLM สามารถนำเอา "รหัสลับ" และ "ยูสเซอร์เนม" ของตนไปใช้ลงทะเบียน หรือ Sign-in ลงในหน้าสไกป์ได้เลย   จากนั้นระบบสไกป์จะ "ดึง" เอาฐานข้อมูลทั้งหมดใน WLM มาติดตั้งลงในสไกป์โดยอัตโนมัติ

ขณะ เดียวกัน ผู้ที่เริ่มใช้โอเอสตัวใหม่ของ "วินโดวส์" ได้แก่ "วินโดวส์ 8" ก็จะพบว่าทางบริษัทลงสไกป์รุ่นใหม่เอาไว้ให้พร้อมแล้ว เพื่อรองรับความเปลี่ยนแปลง
ไมโครซอฟท์ โฆษณาถึง "ข้อดี" ในการย้ายบัญชีจาก WLM มาผนวกกับสไกป์ อาทิ
1.ทำงานได้บนหลายแพล็ตฟอร์ม รวมถึงแท็บเล็ต "ไอแพด" และแท็บเล็ตที่ใช้ระบบปฏิบัติการ "แอนดรอยด์"

2.การแช็ตในรูปแบบตัวอักษร เสียง และวิดีโอ จะมาหลอมรวมอยู่ด้วยกัน

3.แบ่งหน้าจอการสนทนาได้มากขึ้น

4.ใช้สไกป์ต่อสัญญาณคุยผ่านระบบวิดีโอจากมือถือ "สมาร์ตโฟน" ได้เลย

5.ใช้สไกป์ใหม่ต่อสัญญาณวิดีโอแช็ตกับเพื่อนๆ ที่เล่น "เฟซบุ๊ก" ได้ด้วย

6.สนทนาผ่านระบบวิดีโอแบบเป็นกลุ่มได้
msn

 

1.หน้าหลักและหน้าสนทนาทางวิดีโอของสไกป์
2.ต่อสัญญาณรับ-ส่งสไกป์ผ่านทีวี
3.สไกป์บนมือถือ
4.หน้าหลักและหน้าสนทนาทางวิดีโอของสไกป์
5.สัญลักษณ์เอ็มเอสเอ็น


 โทนี่ เบตส์ ยืนยันว่า คุณสมบัติของสไกป์ 6.0 ดังกล่าวใช้งานได้ในเวอร์ชั่น "ฟรีดาวน์โหลด" ทั้งยังจะมีลูกเล่นใหม่ๆ เกิดขึ้นตามมาขณะที่ผู้ใช้งานสไกป์ระดับ "พรีเมี่ยม" หรือเสียเงินค่าสมาชิกก็จะได้รับสิทธิพิเศษเพิ่มเติมอีก ฉะนั้น สาวกของ WLM จึงไม่ต้องเสียใจ ผิดหวัง หรือรู้สึกเสียดายแต่อย่างใดกับการเปลี่ยนแปลงในแง่บวกครั้งนี้
 ด้านไบรอัน ฮอลล์ ผู้จัดการฝ่ายผลิตภัณฑ์ WLM ที่กำลังจะถูกไมโครซอฟท์ทิ้งทุ่น ระบุว่าตำนานการแช็ตกว่าสิบปีของ WLM ก็พัฒนาไปตามยุคสมัย เช่น ในอดีตเราแช็ตกันผ่านโปรแกรมโดดๆ อย่างเมสเซ็นเจอร์ ไอซีคิว เอไอเอ็ม ฯลฯ  ต่อมาก็คุยกันผ่านระบบ "เอสเอ็มเอส" กระทั่งทุกวันนี้กระแสแช็ตผ่านเครือข่ายสังคมออนไลน์ หรือโซเชี่ยลมีเดีย อาทิ เฟซบุ๊ก กับ ทวิตเตอร์ ก็ถือกำเนิดขึ้นมาแทนที่      ไบรอันมองว่า การผนึกจุดเด่นของ WLM เข้ากับสไกป์ จะช่วยให้การสื่อสารมีประสิทธิ ภาพดีขึ้นเหนือกว่าเฟซบุ๊กเสียอีก!
นอกจากนั้น ในอนาคตอันใกล้ ยังมีแผนนำสไกป์เข้าไปติดตั้งในโปรแกรมรับส่งอีเมล์ "เอาต์ลุก" ของไมโครซอฟท์อีกด้วย
  ถามว่า เหตุใดไมโครซอฟท์จึงต้องตัดสินใจยุบ WLM ที่เปิดให้การมาตั้งแต่ปีพ.ศ.2542 หรือเมื่อ 13 ปีก่อน
msn

บน-การปรับโฉมหน้า contact-list หรือบัญชีผู้ติดต่อ.tif

กลาง-ช่องสนทนาตั้งแต่อดีตถึงปัจจุบัน

ล่าง-วิวัฒนาการหน้า sign-in


สาเหตุหลักๆ พอสรุปได้เป็น 2 ประเด็นใหญ่
ปมแรก เพราะยอดสมาชิกผู้ใช้งาน WLM ลดลงอย่างต่อเนื่อง
โดยตัวเลขสมาชิก WLM ในปี 2553 ทั่วโลกอยู่ที่ประมาณ 300 ล้านบัญชี  ถัดมาแค่ปีเดียว ปรากฏว่ายอดสมาชิกร่วงลงกว่าครึ่งหนึ่ง ดิ่งเหวเหลือราวๆ 100 ล้านบัญชีเท่านั้น และถ้านับกลุ่ม "แอ๊กทีฟยูสเซอร์" หรือกลุ่มใช้งานเป็นประจำก็ยิ่งหล่นฮวบลงมาเหลือแค่หลักสิบกว่าล้าน สถิติดังกล่าวสวนทางกับยอดผู้ใช้งาน-สมาชิกของสไกป์ ที่เพิ่มขึ้นต่อเนื่อง
ล่าสุดทั่วโลก ปรับยอดขึ้นเป็น 280 ล้านบัญชีแล้ว
ประเด็นที่สอง บริษัทวิเคราะห์ธุรกิจอินเตอร์เน็ตชื่อดัง "คอมพ์สกอร์" บอกกับสำนักข่าวบีบีซี ว่า
จุดจบของ "ผลิตภัณฑ์" ที่มีความคล้ายคลึงกันนั้น สักวันย่อมต้องมีฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งถูกฆ่าทิ้ง  เฉกเช่นเดียวกับที่ไมโครซอฟท์เลือก "สังหาร" WLM ในวันนี้  เพราะฝ่าย WLM ตกอยู่ในสภาพด้อยกว่า ทั้งด้านสมาชิกและประสิทธิภาพ โดยถ้านับเฉพาะช่วงต้นปีที่ผ่านมา ตัวเลขฐานสมาชิก WLM ยังเหนือกว่าสไกป์ถ้าเทียบกันปีต่อปี
แต่ล่าสุด จู่ๆ ก็พบว่า สถิติผู้ใช้ WLM หายวูบไปดื้อๆ 48 เปอร์เซ็นต์ที่ สำคัญ ระบบการทำงานของ WLM บนแพล็ตฟอร์มใหม่ๆ เช่น ทีวีอินเตอร์เน็ตกับเครื่องเล่นเกมเอ็กซ์บ็อกซ์ของไมโครซอฟท์เอง เมื่อเทียบกับสไกป์แล้ว พบว่าฝ่ายหลังทำงานได้ดีกว่า    แต่ชุดที่ไมโครซอฟท์ต้องระวังตัวสุดๆ ก็คือ     ในช่วงระยะเปลี่ยนผ่าน จาก WLM ไปยังสไกป์นั้น ต้องหาทางป้องกันไม่ให้ลูกค้า "ปันใจ" ไปใช้ช่องทางสื่อสารอื่นๆ ที่โด่งดังไม่แพ้กัน ไม่ว่าจะเป็น "วอตส์แอพ" "กูเกิ้ลทอล์ก" หรือ "เฟซบุ๊ก" จนติดอกติดใจ..
แล้วโบกมือลาไมโครซอฟท์ไปต่อหน้าต่อตาแบบไม่หวนกลับคืน !?!
msn
 

ผู้บริหารไมโครซอฟท์แถลงนำระบบสไกป์มาใช้ในวินโดวส์โฟน เม.ย. 2555

 

พัฒนาการสำคัญโปรแกรมแช็ต-เอ็มเอสเอ็น

สิงหาคมพ.ศ.2531

ก่อกำเนิดโปรแกรมแช็ตระบบ ไออาร์ซี"

ตุลาคม 2534

"เอโอแอล" บริษัทผู้ให้บริการอินเตอร์ เน็ตรายใหญ่ของสหรัฐ เริ่มพัฒนาโปรแกรมแช็ต AIM

พฤศจิกายน 2539

บริษัทมิราบิลิส เปิดตัวสุดยอดโปรแกรมแช็ตแบบเรียลไทม์ "ไอซีคิว"

พฤษภาคม 2540

เอโอแอล เปิดตัว AIM อย่างเป็นทางการ พร้อมห้องสนทนาในอินเตอร์เน็ต (แช็ตรูม) และระบบแช็ตแบบส่งไฟล์ถึงกันได้

มีนาคม 2541

บริษัทยาฮู! เปิดตัวโปรแกรมแช็ตที่มีระบบ "บล็อก" บุคคลไม่พึงปรารถนา และผู้ใช้สามารถปรับเปลี่ยนหน้าต่างแช็ตของตนเองได้

มิถุนายน 2541

เอโอแอลซื้อกิจการบริษัทมิราบิลิส เพื่อซื้อไอซีคิว

กรกฎาคม 2542

ไมโครซอฟท์เปิดตัวโปรแกรมแช็ต "เอ็มเอสเอ็น เมสเซ็นเจอร์" และได้รับความนิยมไปทั่วโลก

พฤษภาคม 2543
มีระบบแช็ตตัวใหม่ Jabber ทำหน้าที่รวมบัญชีแช็ตจากหลายๆ ค่ายมารวมไว้เล่นในโปรแกรมเดียวกัน

สิงหาคม 2548
บริษัทกูเกิ้ล ยักษ์ใหญ่ไอทีสหรัฐ เปิดตัวโปรแกรมแช็ต "กูเกิ้ล ทอล์ก" ซึ่งใช้งานได้ร่วมกับบริการอีเมล์ "จีเมล์" ของกูเกิ้ล

ธันวาคม 2548
เปลี่ยน ชื่อ เอ็มเอสเอ็น เมสเซ็นเจอร์ เป็น วินโดวส์ ไลฟ์ เมสเซ็นเจอร์ เพิ่มบริการส่งข้อความขณะออฟไลน์ รวมทั้งเพิ่มประสิทธิภาพการจัดหมวดหมู่เพื่อน, การค้นหา และการปรับเปลี่ยนหน้าตาโปรแกรม


กรกฎาคม 2552
วินโดวส์ ไลฟ์ เมสเซ็นเจอร์ มีฟังก์ชันใหม่ สามารถโยนไฟล์รูปภาพเข้ามาใส่ในตัวโปรแกรมได้เลย เพื่อส่งต่อให้คู่สนทนา


มีนาคม 2556
ไมโครซอฟท์มีแผนยกเลิก วินโดวส์ ไฟล์ เมสเซ็นเจอร์ ทั่วโลก ยกเว้นในประเทศจีน เพื่อให้ลูกค้าเปลี่ยนไปใช้ สไกป์แทน

 

ที่มา:http://www.khaosod.co.th/view_news.php?newsid=TUROamIyd3dNVEV6TVRFMU5RPT

 

Go to top