บทความ

ดาวไม่ได้ใช้งานดาวไม่ได้ใช้งานดาวไม่ได้ใช้งานดาวไม่ได้ใช้งานดาวไม่ได้ใช้งาน

ท่านไหนต้องการรูปขนาดใหญ่ ติดต่อ admin ที่ This email address is being protected from spambots. You need JavaScript enabled to view it. เผื่ออยากเอาไปอัดไว้นะครับ ฟรี ครับผม ไม่คิดเงินอยู่แล้ว!!!

ขอขอบคุณ ร้านตุ๊กดอกไม้ ตลาดแม่กิมเฮง มากมายครับ สำหรับที่พัก อุปกรณ์ และความเมตตา ตากล้องน้อยๆ

ดาวไม่ได้ใช้งานดาวไม่ได้ใช้งานดาวไม่ได้ใช้งานดาวไม่ได้ใช้งานดาวไม่ได้ใช้งาน

ท่านไหนต้องการรูปขนาดใหญ่ ติดต่อ admin ที่ This email address is being protected from spambots. You need JavaScript enabled to view it. เผื่ออยากเอาไปอัดไว้นะครับ ฟรี ครับผม ไม่คิดเงินอยู่แล้ว!!!

ขอขอบคุณ ร้านตุ๊กดอกไม้ ตลาดแม่กิมเฮง มากมายครับ สำหรับที่พัก อุปกรณ์ และความเมตตา ตากล้องน้อยๆ

ดาวไม่ได้ใช้งานดาวไม่ได้ใช้งานดาวไม่ได้ใช้งานดาวไม่ได้ใช้งานดาวไม่ได้ใช้งาน

ดูดวงของท่านผู้ที่เกิดปีชวด
การดำเนินชีวิตในปีเถาะ 2554
**************************
ท่านผู้ที่เกิดปีชวด ปีหนู ชันษาปี เป็นเทวดาผู้ชาย ธาตุน้ำ ขี่หนู
การดำเนินชีวิตในปีเถาะ 2554นี้  จะดำเนินไปในทางที่ดีมาก แต่คนเกิดปีหนู ดำเนินชีวิต ในปีกระต่าย ส่วนร้ายๆ ก็ไม่เลวร้ายอะไรนัก

*หนู กับ กระต่าย แม้จะแย่งอาหาร แย่งที่อยู่อาศัยกัน  แต่ว่ากระต่ายนั้น เป็นธาตุไม้ ส่วนหนูเป็นธาตุน้ำ ก็พอมีเหลือให้ได้แบ่งกิน แบ่งกันได้อยู่แล้ว ธาตุไม้กับ ธาตุน้ำ ยังพอมี ที่ว่างที่พอที่จะให้ได้กินได้อาศัย ด้วยมีความเหมาะสมกันมากทีเดียว  คนปีหนู อยู่ในปีกระต่ายนั้นดีมาก

*ปีกระต่าย  คนปีกระต่าย หรือธรรมชาติ กระต่ายก็ชอบกระโดดโลดเต้น ส่วนข้อดี ก็ร่าเริงดี  เลยทีเดียว มีเสน่ห์ ช่างเจรจา ถูกใจผู้ที่ได้ฟัง เอาใจเก่ง ส่วนข้อเสีย ร้ายก็โกรธง่าย ฉุนเฉียวรุนแรงถึงขั้น ขาดความยังคิด ที่ทำให้เลือดตกยางออกได้

ดาวไม่ได้ใช้งานดาวไม่ได้ใช้งานดาวไม่ได้ใช้งานดาวไม่ได้ใช้งานดาวไม่ได้ใช้งาน

ชื่อเรื่อง การพัฒนาการเรียนรู้โดยใช้แบบฝึกเสริมทักษะ เรื่อง การอ่านและการเขียน
คำพื้นฐาน สำหรับนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 4 โรงเรียนบ้านท่าน้ำเค็มใต้
ผู้ศึกษา นางวรรณกร จันทร์ดอน
ปีที่ศึกษา 2552

ดาวไม่ได้ใช้งานดาวไม่ได้ใช้งานดาวไม่ได้ใช้งานดาวไม่ได้ใช้งานดาวไม่ได้ใช้งาน

จากที่เคยไปเชียงคานมาบ่อยๆ ปีละครั้ง เป็นเวลามากว่า 15 ปี นะครับ การเปลี่ยนแปลงของเชียงคานมีให้เห็นอย่างมากมายเลย จากแต่ก่อนเงียบๆ อยู่สบายๆ เล่นน้ำที่แก่งคุดคู้ แก้ผ้าสบายใจเชิ้บ ตอนนี้เป็นเมืองที่คนแน่นเหมือนย่านเจริญๆใน กทม. แล้วนะเนี่ย เฮ้อ ... แต่ก็คาดว่าคงจะแน่นแค่ช่วงวันหยุดยาวเท่านั้นก็พอนะ ถ้าแน่นทุกวันสเน่ห์คงหายไปเยอะแน่ๆ ภาพชุดนี้ เป็นเมื่อครั้งมาแอ่ว จ.เลย เมื่อปีก่อน เลยแวะไปนอนเชียงคาน แฮปปี้โคราชเอง ไม่ค่อยตื่นเต้นมากกับเชียงคานเพราะอาศัยว่ามาบ่อย แต่รอบ 2 ปีหลัง โอโห แหะ ทำไมมันถึงฮิตได้ขนาดนี้ ... เดี๋ยวจะมีภาพชุดต่อไปอีกนะครับ บ่ต้องห่วง

 

ดาวไม่ได้ใช้งานดาวไม่ได้ใช้งานดาวไม่ได้ใช้งานดาวไม่ได้ใช้งานดาวไม่ได้ใช้งาน

รายงานครั้งนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อรายงานผลการศึกษาประสิทธิภาพและประสิทธิผลของ ชุดกิจกรรมการอ่านและการเขียนสะกดคำโดยใช้แผนผังความคิด กลุ่ม

 

สาระการเรียนรู้ภาษาไทย ชั้นประถมศึกษาปีที่ 1 ซึ่งนักเรียนที่เป็นกลุ่มเป้าหมายที่ใช้ในการศึกษาครั้งนี้ ได้แก่ นักเรียน ชั้นประถมศึกษาปีที่ 1 ภาคเรียนที่ 2 ปีการศึกษา 2552 โรงเรียนบ้านห้วยไข่เน่า ตำบลเขาไม้แก้ว อำเภอบางละมุง จังหวัดชลบุรี สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาชลบุรี เขต 3 จำนวนทั้งสิ้น 12 คน และเครื่องมือที่ใช้ในการศึกษา ประกอบด้วย ชุดกิจกรรมการอ่านและการเขียน

ดาวไม่ได้ใช้งานดาวไม่ได้ใช้งานดาวไม่ได้ใช้งานดาวไม่ได้ใช้งานดาวไม่ได้ใช้งาน

ภาพวิวสวยๆ บนยอดของภูบ่อบิดครับ ...อากาศกลางเดือน มกราคม 54 นี้ บรรยากาศกำลังดีเลยครับ ไม่หนาวมากจนเกินไป แต่บนยอดภูยังไงๆก็หนาวเย็นอยู่ดีครับ T T ... การเดินทางมายังภูบ่อบิดนั้นนะครับ สามารถเดินทางมาตามเส้นทาง ถนนสาย เมืองเลย-นาด้วง ครับ จากตัวจังหวัดเลยก็ขับผ่านตัวเมืองเข้าไปครับ มันจะมีทางไปนาด้วง นั่นแหละ!! แผนที่ผมจะนำมาแปะให้อีกทีนะครับ หากมีคนสนใจจะมาจริงๆนะครับ ทางเข้าสู่ภูบ่อบิดจะเป้นซอยเล็กๆ ซึ่งทำผมหลงไปครั้งนึงแล้ว หลงไปโผล่อ่างเก็บน้ำเลย 55+ ครั้งนี้เลยมาแก้ตัวนะครับ (สำหรับอ่างเก็บน้ำก็สวยมากครับ จะนำภาพมาให้ชมในวันหลังนะครับ) ทริปนี้เดินขึ้นภูคนเดียวครับ มีวิดีโอด้วย 55+ ลองชมดูนะครับ ต่อไปจะมีมาเรื่อยๆนะครับ :)

 

ดาวไม่ได้ใช้งานดาวไม่ได้ใช้งานดาวไม่ได้ใช้งานดาวไม่ได้ใช้งานดาวไม่ได้ใช้งาน

ชื่อผลงานวิชาการ รายงานผลการพัฒนาผลสัมฤทธิ์ทางการเรียน เรื่องร่างกายของฉัน กลุ่มสาระการเรียนรู้สุขศึกษาและพลศึกษา โดยใช้บทเรียนสำเร็จรูปสำหรับนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 4 โรงเรียนบ้านทรายทอง
ผู้ศึกษา นายมานิตย์ มุลกุณี
โรงเรียน โรงเรียนบ้านทรายทอง สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประจวบคีรีขันธ์ เขต 1
เสนอขอวิทยฐานะ ชำนาญการพิเศษ
ปีการศึกษา 2552

ดาวไม่ได้ใช้งานดาวไม่ได้ใช้งานดาวไม่ได้ใช้งานดาวไม่ได้ใช้งานดาวไม่ได้ใช้งาน

สถาบันวิจัยอาหารแห่งสหราชอาณาจักรค้นพบว่า แยมและเยลลี่ช่วยหยุดการแพร่กระจายของเซลล์มะเร็งได้ โดยศาสตราจารย์วิก มอร์ริส เจ้าของงานวิจัยกล่าวว่า
"ทั้งแยมและเยลลี่อุดมไป ด้วยเพกติน ใยอาหารธรรมชาติที่พบในผักผลไม้ เมื่อผ่านกระบวนการแปรรูปเป็นแยมและเยลลี่ เพกตินจะปล่อยโมเลกุลชนิดหนึ่งออกมาซึ่งมีคุณสมบัติช ่วยยับยั้งการเติบโตของ มะเร็งอย่างได้ผล"
แม้เพกตินในผักผลไม้แปร รูป จะช่วยต้านมะเร็งได้ แต่ยังไม่มีผลวิจัยชี้ชัดว่าในผักผลไม้สดจะมีคุณสมบั ติเหมือนกันหรือไม่ อย่างไรก็ดี ไม่ควรมองข้ามประโยชน์จากผักผลไม้สด ใครที่อยากได้ประโยชน์จากเพกติน ต้องกินผลไม้ตระกูลส้มและแอ๊ปเปิ้ล โดยเฉพาะส่วนผิวและแกนจะมีเพกตินมากที่สุด

ดาวไม่ได้ใช้งานดาวไม่ได้ใช้งานดาวไม่ได้ใช้งานดาวไม่ได้ใช้งานดาวไม่ได้ใช้งาน

ชื่อผลงานวิชาการ รายงานผลการพัฒนาผลสัมฤทธิ์ทางการเรียน เรื่องงานบ้าน กลุ่มสาระการงานอาชีพและเทคโนโลยี โดยใช้บทเรียนสำเร็จรูปสำหรับนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 2 โรงเรียนบ้านหินกอง
ผู้วิจัย นางมณีรัตน์ สุวรรณหงส์
โรงเรียน โรงเรียนบ้านหินกอง สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประจวบคีรีขันธ์ เขต 1
เสนอขอวิทยฐานะ ชำนาญการพิเศษ
ปีการศึกษา 2552

ดาวไม่ได้ใช้งานดาวไม่ได้ใช้งานดาวไม่ได้ใช้งานดาวไม่ได้ใช้งานดาวไม่ได้ใช้งาน

..ออกกำลังกายตอนเช้าหรือตอนเย็นดี ?? สมมุติ ว่า ตัวเราเป็นรถยนต์ เครื่องยนต์ของเราคือกล้ามเนื้อ แขน ขา ที่จะทำให้เราเคลื่อนไหวไปไหนมาไหนได้ รถยนต์ต้องการน้ำมันเพื่อให้เครื่องยนต์ทำงาน คนเราก็ต้องการอาหารเป็นพลังงานให้ร่างกาย เคลื่อนไหว ไปไหนมาไหนได้ โดยเฉพาะใช้ออกกำลังกาย

ตื่นนอนเช้ารถยนต์และร่างกายเรา ไม่มีน้ำมัน ไม่มีพลังงานจำเป็นต้องเติมน้ำมันก่อน หรือกินอาหารก่อน รถยนต์จะได้มีพลังงานวิ่งไปได้ คนเราจะได้มีพลังงานให้กล้ามเนื้อแขน ขา ทำให้เราไปไหนมาไหนได้
รถยนต์ต่างกับร่างกายเรา ตรงที่พอเติมน้ำมันเต็มถังแล้ว สามารถขับรถไปได้ทันที แต่ คนเราหลังกินอาหารอิ่มเต็มที่ยังไปออกกำลังกายไม่ได้
เพราะ หลังกินอาหาร 2 ช.ม. จะมีเลือดมารอรับอาหารที่จะถูกย่อยที่กระเพาะและลำไส้เป็นจำนวนมากหลังจาก อาหารถูกดูดซึมเข้ามาในเลือดแล้ว เลือดจะพาสารอาหารแจกจ่ายไปยังอวัยวะต่าง ๆ ของร่างกาย ถ้าออกกำลังกายหนัก ๆ ตอนนี้ เช่น วิ่งออกกำลัง ซึ่งต้องการเลือดมาเลี้ยงที่ขาที่ใช้วิ่ง 20 เท่าตัวของสภาวะปกติ เมื่อเลือดมากองอยู่ที่กระเพาะเป็นจำนวนมาก บวกกับมาเลี้ยงที่ขาอีก 20 เท่าดังกล่าว ทำให้เลือดไปเลี้ยงสมองไม่พอ ทำให้หน้ามืดเป็นลม หรือถ้าทำให้เลือดไปเลี้ยงกล้ามเนื้อหัวใจไม่เพียงพอ เท่ากับกล้ามเนื้อหัวใจขาดเลือดเป็นสาเหตุให้กล้ามเนื้อหัวใจตายเฉียบพลัน ถึงชีวิตได้ จึงห้ามเด็ดขาด ห้ามออกกำลังหลังกินอาหาร 2 ช.ม. เมื่ออาหารย่อยหมดแล้ว ดูดซึมเข้าเลือดหมดแล้ว (2 ช.ม.) เลือดที่มารออยู่ที่กระเพาะก็จะกระจายไปหมด ถึงตอนนี้จะวิ่งก็ปลอดภัย
ที นี้คนตื่นนอนตอนเช้าแล้วมาออกกำลัง เพราะตอนเช้าอากาศสดชื่น มลพิษก็น้อย อากาศเย็น ร่างกายยังสดชื่นเพราะได้พักมาทั้งคืน แต่คงไม่มีใครกินอาหารก่อนออกกำลังแน่ เท่ากับรถยนต์ไม่ได้เติมน้ำมันรถยนต์จะวิ่งได้อย่างไร
แต่ คนออกกำลังกายได้โดยไม่ต้องกินอาหาร เพราะตอนเย็นกินอาหารเสร็จเข้านอน ไม่ได้ใช้พลังงานขณะที่นอนหลับ ตับจะปรับเปลี่ยนสารอาหาร เช่น น้ำตาลเปลี่ยนเป็นไกลโคเจน ไตรกรีเซอร์ไรด์ ไขมันเปลี่ยนเป็นกรดไขมัน โปรตีนเปลี่ยนเป็นฟอสฟาเจน เป็นต้น แล้วนำไปเก็บไว้ในอวัยวะต่าง ๆ เมื่อตื่นนอนจึงไม่มีพลังงานหลงเหลืออยู่ในเลือด เท่ากับรถยนต์น้ำมันแห้งถัง สภาพนี้คนออกกำลังได้โดยตับจะดึงสารอาหารที่ปรับเปลี่ยนไปเก็บไว้ในที่ต่าง ๆ ตอนนอนหลับ ให้กลับเป็นสารพลังงานในเลือดใหม่ จึงสามารถออกกำลังกายได้ มาลองคิดดู ตอนนอนตับทำงานหนักมาก เพื่อเอาสารอาหารไปเก็บ ตื่นตอนเช้าไปออกกำลังกายทันที ตับต้องดึงสารอาหารที่เอาไปเก็บไว้เมื่อคืน ออกมาใช้ใหม่ ทำอย่างนี้บ่อย ๆ ทุกวัน ๆ ตับจะต้องทำงานหนักแค่ไหน จะทนสภาพนี้ได้นานเท่าไร เพราะไม่ได้พักเลย เหมือนคนกินเหล้าแล้วไม่กินอาหาร ตับต้องไปดึงสารอาหารจากที่ต่าง ๆ มาให้แอลกอฮอลเผาผลาญ มาก ๆ เข้านาน ๆ เข้า ในตับมีแต่ไขมัน กลายเป็นตับแข็ง
ทีนี้ถ้าจะทำให้ถูกต้องก็ต้องกินอาหารเสียก่อน แต่ต้องรอถึง 2 ช.ม. จึงจะไปออกกำลังได้ เช่น กินอาหาร ตี 5 เจ็ดโมงเช้าจึงจะออกกำลังกายได้ จะมีใครทำอย่างนี้บ้าง ฉะนั้น ฝรั่งจึงมีแต่คำว่า morning walk ไม่เคยได้ยิน morning jogging เลย นั่นคือออกกำลังกายเบา ๆ ได้ เช่น เดิน ก่อนเดินก็กินอาหารเบา ๆ เช่น แซนวิช 1 ชิ้น กับโอวัลติน 1 ถ้วย ซึ่งจะใช้เวลาย่อยอาหารสัก 1/2 - 1 ช.ม. ก็พอ ก็จะไปเดินออกกำลังกายได้ กินเล็กน้อยออกกำลังกายเบา ๆ ก็ใช้พลังงานน้อย ที่กินมาแค่นี้ก็พอไหว
ลองพิจารณาการออกกำลังตอนเย็น บ้าง เรากินอาหารเช้า อาหารกลางวัน ตกเย็นรับรองว่าพลังงานยังเหลือเฟือ ขณะทำงานใช้ไปไม่หมด สามารถออกกำลังกายได้เลย เหมือนกับรถยนต์ น้ำมันยังไม่แห้งถัง แต่จะให้ดีอาจเติมอาหารเหมือนตอนเช้าอีกสักเล็กน้อย ก่อนไปออกกำลัง จะทำให้ไม่รู้สึกระโหย ความจริงไม่ต้องไปกินอะไรเลยก็ได้ ข้อสำคัญ เมื่อออกกำลังตอนเย็นเสร็จแล้ว ให้ดื่มน้ำโดยค่อย ๆ ดื่มจนรู้สึกอิ่ม กลับถึงบ้านท่านจะไม่รู้สึกหิวและไม่อยากกินอะไรอีก
และ หลังออกกำลังกายตอนเย็นนี้แล้ว เมื่อถึงเวลาเข้านอน จะเหลือสารอาหารน้อยที่สุด ตับไม่ต้องทำงานมาก สารอาหารไม่มีไปเก็บตามที่ต่าง ๆ จึงไม่ทำให้อ้วน และไม่มีสารอาหารเหลือค้างในหลอดเลือดโดยเฉพาะไขมัน จึงเป็นวิธีที่จะลดไขมันในเลือดได้ดีที่สุดโดยไม่ต้องกินยา
ถ้าพิจารณา ตรงนี้ ออกกำลังกายตอนเช้า หรือตอนเย็นจะเป็นการออกกำลังที่ทำให้สุขภาพทั่ว ๆ ไปดี (แอโรบิก) เท่า ๆ กันทั้งคู่ แต่การออกกำลังกายตอนเย็นโดยไม่ไปกินอาหารภายหลัง ยังจะช่วยให้สารอาหารที่เหลือจากการกินตอนเช้าและตอนเที่ยง น้อยลงจนไม่สามารถทำร้ายร่างกายได้ด้วย การออกกำลังกายตอนเย็นจึงได้ 2 ต่อ
จาก งานวิจัยต่างประเทศ เร็ว ๆ นี้ พบว่า การออกกำลังกายตอนเช้านั้น จะทำให้ภูมิต้านทานในร่างกายลดลง และการออกกำลังกายตอนเย็น จะทำให้ภูมิต้านทานในร่างกายเพิ่มขึ้น ดูในแง่นี้ถ้าไข้หวัดระบาด การออกกำลังกายตอนเย็นจะได้ 3 ต่อ มีกรณีเดียวที่ออกกำลังกายตอนเช้าได้ประโยชน์คือ พวกที่มีภูมิต้านทานมากไป เช่นโรคภูมิแพ้ได้แก่ หอบหืด แพ้อากาศ แพ้ฝุ่น หรือโรคพุ่มพวงดวงจันทร์ ออกกำลังกายตอนเช้าช่วยลดภูมิต้านทาน จึงเท่ากับช่วยให้คน ๆ นั้น กินยาลดภูมิต้านทานน้อยลงได้
สรุปมาถึงแค่นี้ ท่านคงทราบแล้วนะครับว่า ออกกำลังกายตอนเช้าหรือตอนเย็นดี

มี ข้อเสนอ อีกข้อหนึ่งคือออกกำลังกายแบบแอโรบิกก่อนนอน เช่น เดินบนสายพาน หรือขี่จักรยาน 30 นาที – 60 นาที ไม่ต้องกลัวว่าจะนอนไม่หลับ เพราะการออกกำลังกายแบบแอโรบิก 30 นาที ขึ้นไปนี้ ร่างกายจะหลั่ง “เอนดอร์ฟีน” ออกมาซึ่งมีฤทธิ์คล้าย ๆ มอร์ฟีน ที่ใช้ฉีดให้คนไข้หลังผ่าตัด จะทำให้ง่วงนอนคลายความเจ็บปวด คลายเครียด ฉะนั้น ออกกำลังกายเสร็จ อาบน้ำแล้ว เข้านอนเลย ท่านจะนอนหลับสนิทชนิดไม่ฝัน การนอนหลับสนิทนี้ท่านต้องการ การนอนเพียง 5 ช.ม. ก็เพียงพอ จะทราบได้คือตอนทำงานกลางวัน จะไม่เพลีย ไม่ง่วง แสดงว่านอนหลับสนิท 5 ช.ม. เพียงพอแล้ว นอกจากนี้มีงานวิจัยใหม่ ๆ ออกมาพบว่า คนนอน 5 ช.ม. มีอุบัติการ โรคเส้นเลือดหัวใจอุดตันน้อยกว่าพวกนอน 7-8 ช.ม.
ฉะนั้น การออกกำลังกายตอนเย็นหรือก่อนนอน ดีกว่าออกกำลังกายตอนเช้า

..บทความจากสภากาชาดไทย:
โดย ศาสตราจารย์กิตติคุณ นายแพทย์เสก อักษรานุเคราะห์ ผู้อำนวยการศูนย์เวชศาสตร์ฟื้นฟู สภากาชาดไทย

Go to top