w มีเพื่อนบล็อกเคยเอ่ยถึงท่านเจ้าเมืองนครราชสีมาคนสุดท้ายจึงได้ถามญาติผู้ใหญ่ที่รู้จักว่า รู้จักบ้านเจ้าเมืองนครราชสีมาหรือไม่ ท่านตอบว่าบ้านเจ้าเมืองอยู่ที่ถนนอัษฎางค์แถวใกล้ ๆ ร้านแสวงอุปกรณ์

 

 

 

 

q

 

ที่ประตูจะเขียนว่า " บ้านอินทโสฬส "

a

  นามสกุลนี้เป็นนามสกุลที่สืบเชื้อสายมาจากพระเจ้าตากสิน  เรื่องเล่าว่า หลังจากสมเด็จพระเจ้าตากสินกรุงธนบุรี กู้เอกราชชาติไทยได้จากพม่าและได้ปราบปรามชุมนุมต่าง ๆ รวมทั้งชุมนุมเจ้าพิมาย  สมเด็จพระเจ้าตากสินกรุงธนบุรีได้สถาปนายก ยกกระบัตรเมืองพิมายชื่อ ปิ่นซึ่งมีความชอบในการในการกู้ชาติและรวมชาติของพระองค์  เป็นเจ้าพระยานครราชสีมา นอกจากนั้นยังได้เป็นกองหน้าของพระเจ้าตาก ในสงครามปราบปรามเวียงจันทน์ได้รับชัยชนะ พร้อมกับได้อัญเชิญพระแก้วมรกตจากนครเวียงจันทน์มาประดิษฐานไว้ ณ กรุงธนบุรี  เมื่ิอท่านผู้หญิงของเจ้าพระยานครราชสีมา ( ปิ่น ณ ราชสีมา ) ถึงแก่อนิจกรรมลง สมเด็จพระเจ้ากรุงธนบุรีทรงพระเมตตาและสงสาร   จึงพระราชทานเจ้าหญิงยวน หรือ จวน ราชธิดาเจ้าพระยานครศรีธรรมราชให้  เจ้าพระยานครราชสีมา (ปิ่น) เองก็ทราบว่าเจ้าหญิงยวนเป็นพระสนม และกำลังทรงครรภ์อยู่ด้วย หากจะไม่รับพระราชทานก็ไม่ได้ ก็จำต้องรับไว้ในฐานะแม่เมือง  พอครบกำหนดทศมาสก็ประสูติพระราชโอรส
 เจ้าพระยานครราชสีมา ( ปิ่น ณ ราชสีมา) บิดาบุญธรรม ได้ให้นามว่า “ทองอินทร์” หรือ “ทองอิน”      เจ้าพระยานครราชสีมา (ปิ่น) มีบุตรคือ  เที่ยง ( ณ ราชสีมา ) ทัศน์ ... พระยาสุริยเดช ... สายสกุล รายณสุข
     ในสมัยรัชการที่ 2 บุตรของเจ้าพระยานครราชสีมา ( ปิ่น ณ ราชสีมา)  ได้เป็นเจ้าพระยานครราชสีมา ( เที่ยง ณ ราชสีมา) ปลายรัชกาลที่ 2 ทองอินได้รับการแต่งตั้งให้เป็นเจ้าเมืองนครราชสีมา แทนพี่ชาย ( เที่ยง )
เจ้าพระยานครราชสีมา ( ทองอิน ) สมรสกับท่านผู้หญิงทับทิม ธิดาพระยาสุริยเดช ( ทัศน์ รายณสุข ... บุตร ปิ่น ณราชสีมา ) มีบุตรชื่อ
1.ทองคำ( ศัลย์วิชัย หุ้มแพร ) ธิดาของท่านคือเจ้าจอมมารดาสังวาลย์ในรัชกาลที่ 4 พระมารดาของ พลตรี พระเจ้าบรมวงศ์เธอ กรมหลวงประจักษ์ศิลปาคม ต้นสกุลทองใหญ่ ผู้ก่อตั้งจังหวัดอุดรธานีและ สมเด็จพระองค์เจ้าสรรพศาสตร์ศุภกิจ ต้นสกุล ทองแถม
2.ทองก้อน
      เมื่อท่านผู้หญิงทับทิมถึงแก่กรรม  เจ้าพระยานครราชสีมา ( ทองอิน ) สมรสกับท่านผู้หญิงบุนนาค  ธิดาเจ้าพระยาอภัยราชา (ปิ่น) น้องสาวของเจ้าพระยาบดินทรเดชา (สิงห์ สิงหเสนีย์)และกับภรรยาอื่น ๆ รวมทั้งหมดท่านมีบุตร 50 ท่าน
  ในลำดับที่ 23 คือพระยาสุริยเดช ( โสฬส อินทโสฬส ) ภรรยาท่านคือ ท่านผู้หญิงบุนนาค มีบุตรสาว 3 ท่าน บุตรชายคนเดียวชื่อ ทองดี อินทโสฬส
ท่านทองดี อินทโสฬส สมรสกับ คุณทวดนกเอี้ยง  บุตรชายคนที่สามของท่านคือ    พระยากำธรพายัพทิศ ดิส อินทโสฬส   เจ้าเมืองนครราชสีมาคนสุดท้าย
ท่านดิส อินทโสฬสได้รับราชการ   ท่านเป็นนายอำเภอกลางคนแรก ในปี 2442  อำเภอกลาง เป็นชุมชนที่กึ่งกลางระหว่าง อำเภอเมือง ซึ่งเป็นเขตชั้นใน กับแขวงบัวใหญ่ ปัจจุบันคืออำเภอโนนสูง
  เมื่อพระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว ทรงประกาศพระราชบัญญัติ ขานนามสกุลขึ้นในปี 2455 ประกาศใช้ปี 2456  คนในอำเภอนี้จึงลงท้ายนามสกุลว่า กลาง

a

 

ภาพจากย้อนรอย ๑๐๐ ปีโคราชวาณิช ว่าเป็นจวนเก่า  ผู้เขียนไม่แน่ใจว่าอยู่ที่ตำแหน่งไหนของโคราช

s

 

แผนที่ ณ ตำแหน่งที่เล่ามาคือ

a

    เคยเป็นที่ตั้งเทศาภิบาลมณฑลนครราชสีมา หรือศาลากลางเก่า เมื่อย้ายศาลากลางไปในตำแหน่งปัจจุบัน คือตะวันตกเฉียงใต้ในเขตกำแพงเมือง โรงเรียนวัดกลางย้ายเข้ามาอยู่แทนที่ศาลากลาง เป็นโรงเรียนราชสีมา เมื่อโรงเรียนราชสีมาย้ายออกไปตั้งที่จิระ   ครูศิริ ไกรฤกษ์ได้เช่าที่ตั้งเป็นโรงเรียนศิริวิทยากรภายหลังโรงเรียนศิริวิทยากรเลิกไป    ปัจจุบันคุณถาวร ได้เช่าที่แห่งนี้ทำเป็นโรงเรียนรวมมิตร แทนโรงเรียนเดิมที่ถูกไฟไหม้
        ปี 2477 กู่ขนาดเล็กบรรจุอัฐิท้าวสุรนารีขึ้นใหม่ที่วัดกลาง(วัดพระนารายณ์มหาราช) ทรุดโทรมลง  ทั้งที่อยู่ในที่คับแคบไม่สง่างามสมเกียรติ
พระยากำธรพายัพทิศ ( ดิส อินทโสฬส ) และ พันเอกพระเริงรุกปัจจามิตร(ทอง รักสงบ) ผู้บังคับการมณฑลทหารบกที่ 5 ท่านเป็นน้องเขยของพระยากำธรพายัพทิศ
พร้อมด้วยข้าราชการและประชาชนชาวนครราชสีมา ได้พร้อมใจกันสร้างอนุสาวรีย์รูปท้าวสุรนารีด้วยทองแดง นำอัฐิท่านมาบรรจุไว้ในฐานรองรับสร้างเสร็จประดิษฐานไว้ ณ ประตูชุมพล

q

w

 

พระยากำธรพายัพทิศ

w

ท่านสมรสกับคุณหญิง คุณหญิงมาลี มีบุตรสาวคนเดียว

 

q


ในปี 2498 พระยากำธรพายัพทิศ ได้เข้าอุปสมบทที่วัดทุ่งสว่าง

a

ท่านนอกจากได้บริจาคที่ดินให้วัดแล้ว ยังได้สร้างพระอุโบสถขึ้นมาใหม่ แทนโบสถ์เก่าที่ทรุดโทรม ได้รับพระราชทานวิสุงคามสีมาเมื่อ พ.ศ.2499

a

ตอนไปถ้ายภาพ โบสถ์นี้ก็เพิ่งทาสีใหม่


ท่านบวชอยู่จนมรณะภาพ  ปี 2531 คุณหญิงมาลีได้การสร้างศาลาการเปรียญ อุทิศแด่คุณแม่นกเอี้ยง และพระรัตนโตโชภิกขุ

a


ขอบคุณข้อมูลจาก: http://www.bloggang.com/viewdiary.php?id=tuk-tukatkorat&month=04-2011&date=27&group=40&gblog=35

 
 
 
Go to top