ใครมาเที่ยวโคราช ก็อย่าลืมแวะมาที่ ตำบลด่านเกวียน อำเภอโชคชัย ห่างจากตัวเมืองนครราชสีมาทางทิศตะวันออกเฉียงใต้ประมาณ 15 กิโลเมตร โดยมีทางหลวงหมายเลข 224 สายนครราชสีมาโชคชัย

ohmydin korat 17

ผ่านกลางหมู่บ้านซึ่งมีร้านค้าเครื่องปั้นดินเผาด่านเกวียน เรียงรายอยู่สองฟากฝั่งและมีลำน้ำมูลทอดขนานอยู่ทางฝั่งทิศตะวันออกหมู่บ้าน ด่านเกวียนนั้นแต่เดิมพ่อค้าจากนางรอง - บรีรัมย์ - สุรินทร์ -ขุนหาญ - ขุขันธ์ เรื่อยไปจนถึงเขมรจะเดินทางเข้ามาติดต่อค้าขายกับพ่อค้าชาวโคราชและมักจะพักกองคาราวานเกวียนกัน เป็นประจำจนได้ชื่อ หมู่บ้านว่า" บ้านด่านเกวียน " และในขณะพัก พ่อค้าเหล่านั้นก็มักนำดินจากสองฟากฝั่งลำน้ำมูล มาทำภาชนะใช้สอยต่างๆ เช่น โอ่ง อ่าง ไหปลาร้า ฯลฯ โดยลอกเลียนแบบจากชนชาวข่าวซึ่งเป็นกลุ่มชนที่อาศัยในพื้นที่แต่เก่าก่อนหลังจากนั้นเมื่อนำภาชนะเหล่านั้นกลับภูมิลำเนาของตน และด้วยคุณภาพพิเศษ ของภาชนะทั้งในด้านสีสันความคงทนต่อการใช้งาน จึงทำให้ภาชนะด่านเกวียนเป็นที่นิยมชมชอบของผู้คนจนได้รับการเผยแพร่ มากขึ้นเป็นลำดับ จนกระทั่งได้รับความสนใจยิ่ง จนกลายเป็นสินค้าหนึ่งในการค้าขายกันในยุคอดีตจวบจนปัจจุบัน ปัจจจุบันเครื่องปั้นดินเผาที่นี้นั้นมีหลากหลายแบบ ตั้งแต่แบบดั่งเดิมไปจนถึงแบบทันสมัยที่ถูกคิดค้นขึ้นมาใหม่ ที่สำคัญราคาถือว่าถูกมาก ซึ่งเครื่องปั้นดินเผาจากหลายๆจังหวัดนั้น ก็มีแหล่งผลิตมาจากที่นี่ โดยมีพ่อค้าคนกลางที่พอจะมีเงินทุนมาซื้อและรับไปขาย ซึ่งราคาก็ต่างจากที่นี่มากมาย สำหรับใครที่อยู่ไม่ไกลจากโคราชนักแนะนำให้ขับรถมาซื้อและหอบกลับไปแต่งบ้านรับรองว่าคุณจะได้ทั้งงานที่หลากหลายราคาที่ถูก และคุณภาพแบบเน้นๆ นอกจากนี้ยังแนะนำสำหรับคนที่จะทำธุรกิจแต่เงินทุนยังไม่หนา ลองมารับซื้อเครื่องปั้นดินเผาที่นี้ไม่ขายดู เพราะเป็นการซื้อจากแหล่งผลิตโดดตรง ราคาถูก รูปทรงหลากหลาย มีทั้งเป็นของแต่งบ้าน ของฝากชิ้นเล็กๆ แม่เหล็กติดตู้เย็นแบบน่ารักๆ น่ารัก กระถางต้นไม้ตั้งแต่ขนาดเล็กๆ ไปจนขนาดใหญ่ๆ หรือแม่แต่เครื่องประดับ สร้อยคอหรือต่างหู หรือกำไลที่ทำมาจากดินเผา เก๋ไก๋ไม่เบา

ohmydin korat 29

หลายคนถามว่าทำไมดินเผาที่นี่ถึงทนทาน และมีลักษณะเฉพาะ คำตอบคือ เครื่องปั้นดินเผาด่านเกวียนนั้นอยู่ที่ดินที่นำมาใช้ กล่าวคือดินด่านเกวียนเป็นดินเหนียวเนื้อละเอียดที่ขุดขึ้นมาจากริมฝั่งแม่น้ำมูล (ซึ่งห่างออกไปจากทางหลวง 224 ทางทิศตะวันออกประมาณ 2 - 3 กิโลเมตร)ในพื้นที่ที่ชาวบ้านเรียกว่า กุด หรือแม่น้ำด้วน(ลักษณะลำน้ำที่คดเคี้ยว กัดเซาะตะลิ่งจนขาดและเกิดลำน้ำด้วนขึ้น ส่วนที่เป็นแนวกัดเซาะจะกลายเป็นแหล่งทับทมดิน ดินดังกล่าวนี้เป็นดินซึ่งมีคุณสมบัติพิเศษ ง่ายต่อการขึ้นรูปทนทานต่อการเผา ไม่บิดเบี้ยวหรือแตกหักง่าย และที่น่าสนใจอย่างยิ่งคือดินนี้เมื่อถูกเผาจะให้สีโดยธรรมชาติเป็นสีแดงซึ่งสันนิษฐานว่าน่าจะเกิดจากธาตุเหล็ก (Iron Oxide) หรือสนิมเหล็กที่มีอยู่จำนวนมากในเนื้อดิน) รู้แบบนี้แล้วไม่แวะมาถือว่าพลาดนะจ๊ะ

carg7bluetooth

Go to top