ดาวไม่ได้ใช้งานดาวไม่ได้ใช้งานดาวไม่ได้ใช้งานดาวไม่ได้ใช้งานดาวไม่ได้ใช้งาน
 

korat_talk

 

ถ้า คุณได้ยินว่า ซอสศรีราชา ที่แสนอร่อยของเรากำลังดังจรดเหนือใต้ออกตกในอเมริกา และในทุกภัตตาคารทั้งระดับกลางและระดับสูงจะต้องมีประจำบนโต๊ะ คุณจะรู้สึกอย่างไรคะ

ดีใจแทนคนไทยใช่ไหมคะ

แต่เมื่อรู้ว่า มันไม่ใช่ซอสที่คนไทยทำ แต่กลายเป็นคนเวียดนามทำ โดยใช้สูตรเดียวกับซอสศรีราชา และถูกเรียกว่า Rooster Sauce ตามรูปไก่งวงที่อยู่บนขวด แต่ก็ยังคงใช้ชื่อเรียกทั่วๆ ไปว่าเป็นซอสศรีราชา คุณจะรู้สึกอย่างไรล่ะทีนี้

โกรธ เสียดาย ประมาณนี้ใช่ไหมคะ

 

korat_business



เมื่อ ตอนผู้เขียนเห็นข่าวนี้ที่มีพาดหัวว่า ซอสศรีราชา กำลังขึ้นไปฮอตอยู่ในภัตตาคาร ก็ดีใจนึกว่าโอโห ซอสศรีราชาไปทำชื่อทั่วโลกเหมือน กระทิงแดง Red Bull แต่พอรู้ว่าคนเวียดนามเอาสูตรของเราไปต่างหาก ก็คอตกทีเดียว

และยัง นึกเสียดายว่าคนไทยมีอาหารที่อร่อยเยี่ยมมากมาย แต่ไม่สามารถทำการตลาดให้กว้างไกลได้ นับเป็นการสูญเสียโอกาสทางธุรกิจอย่างมหาศาล และน่าเจ็บใจขึ้นไปกว่าเมื่อคนอื่นเอาสิ่งที่เราเป็นคนเริ่มต้นคิดไปต่อยอด จนร่ำรวย

คนไทยยังไม่เชี่ยวชาญการตลาดใช่หรือไม่ เป็นเรื่องน่าคิด เรามักพอใจอยู่แค่ขายได้พอกินพอใช้ไปวันๆ

ต่าง ชาตินั้นจะเริ่มจากสูตรอาหาร ไม่ว่าจะเป็นไก่ทอดเคนตั๊กกี้ หรือโดนัท คริสปี้ ครีม แล้วเขาก็คิดวิธีทำการตลาดที่จะทำให้สามารถขายได้ปริมาณมากๆ เริ่มตั้งแต่วิธีการผลิต บรรจุหีบห่อ ขนส่ง และการโฆษณาประชาสัมพันธ์

ทำไมโค้ก เป๊ปซี่ ถึงขายไปได้ทั่วโลก ทำไมผลิตภัณฑ์ตัวเดียว ถึงทำเงินได้มหาศาล และทำให้คนมีงานทำมากมาย

ทำไม แกงมัสหมั่น ซึ่งเป็นอาหารที่อร่อยที่สุดในโลก ถึงไม่มีคนคิดหาทางเก็บรักษา บรรจุขวด หรือถุงพลาสติกที่เรียกว่า pouch แล้วส่งขายได้ทั่วโลก ให้แม่บ้านอเมริกัน อิตาเลียน ญี่ปุ่น เกาหลี เทใส่หม้ออุ่น หรือเข้าไมโครเวฟ เสิร์ฟได้ทันที

คราวนี้ลองมาดูความเป็นมาของเจ้าซอสศรีราชาที่ว่า ที่ไม่ได้เป็นของคนไทยกัน

สินค้าตัวนี้ผู้ผลิตคือ Huy Fong Foods ซึ่งอยู่นอกเมืองลอสแองเจลิส



เจ้า ของบริษัทนี้ชื่อ เดวิด ทราน อายุ 68 แล้วขณะนี้ บริษัทของเขาได้กลายเป็นบริษัทอาหารที่เติบโตเร็วที่สุด แซงหน้าบริษัทอย่าง Heinz ด้วยผลิตภัณฑ์หลักเพียงหนึ่งเดียวคือซอสพริกศรีราชา Rooster Sauce นี้

ปีที่แล้วซอสที่ว่านี้ขายไปแล้วถึง 20 ล้านขวด

เรื่องของ รสชาติเป็นเรื่องปากต่อปาก เหมือนอาหารร้านอร่อยก็บอกต่อกัน บริษัทนี้ไม่เคยเสียเงินทำแคมเปญโฆษณา ไม่มี fanpage ไม่มีทวิตเตอร์ มีเว็บของบริษัทก็จริง แต่ก็มีเพียงให้รู้ว่ามีตัวตน ไม่ได้อัพเดตมาตั้งแต่ปี 2546 เป็นปรากฏการณ์พิเศษจริงๆ ที่บริษัทไม่ต้องมีสิ่งเหล่านี้ก็สามารถสร้าง follower ได้มากมาย

เดี๋ยวนี้ไม่มีใครรู้จักซอสพริกศรีราชาที่มีต้นกำเนิดจากอำเภอศรีราชา มีแต่คนรู้จักซอสศรีราชาของ ฮุย ฟอง

เมษายน ปีที่แล้ว บริษัทวิจัยตลาด IBISWorld เปิดเผยว่า ซอสพริกคืออุตสาหกรรมที่เติบโตเป็นอันดับที่ 8 ถัดจากการผลิตแผงวงจรพลังงานแสงอาทิตย์ และบอกว่ารายรับของธุรกิจซอสพริกในปี 2555 ไต่ไปถึง หนึ่งพันล้านเหรียญ และมีอัตราเติบโตปีละ 10 เปอร์เซ็นต์ทุกปี มิไยว่าเศรษฐกิจทั่วไปจะดิ่งลงเหว

ทั้งนี้ทั้งนั้น ก็เกี่ยวเนื่องกับการที่ประชากรผิวเหลืองอพยพไปอยู่ในอเมริกามากขึ้นด้วย

ตั้งแต่ ปี 2543 ประชากรผิวเหลืองเพิ่มขึ้นร้อยละ 45 และไม่เพียงแต่คนเอเชียนเหล่านี้จะบริโภคซอสพริกศรีราชากันอย่างเป็นล่ำเป็น สัน ก็ยังชวนเพื่อนๆ ให้ลิ้มลองด้วย ต่อมาภัตตาคารต่างๆ ก็ถึงเวลายกซอสพริกศรีราชาขึ้นตั้งโต๊ะ

korat_business

ตอนนี้ซอสศรีราชาของ ฮุย ฟอง ก็ถูกนิตยสารอาหาร Cook"s Illustrated ยกให้เป็นซอสพริกรสเยี่ยมที่สุดในโลกไปแล้ว แซงหน้า Frank"s Red Hot, Cholula Hot Sauce, และ Tabasco ที่เราเคยชินกันดีและมักเห็นวางอยู่บนโต๊ะในร้านอาหารฝรั่ง

พูดถึงโทบาสโก พวกเราคนไทยที่คุ้นเคยกับของอร่อย ก็รู้สึกมาตั้งนานแล้วว่าไม่ถูกลิ้น รสไม่ได้กลมกล่อมอย่างซอสศรีราชาสักนิด

คุณ เดวิด ทราน เอาซอสพริกศรีราชามาชิม แล้วก็ลองทำดู แล้วก็ทำสำเร็จในเวลาเพียงไม่กี่วัน เขาใช้พริกชี้ฟ้า บดด้วยมือ เติมน้ำส้มสายชู น้ำตาล เกลือ และสิ่งที่ขาดไม่ได้ก็คือกระเทียม เท่านี้เอง ทุกวันนี้ก็มีสูตรอยู่เท่านี้แหละ ตอนแรกเขาก็คิดจะทำขายเพื่อนผู้อพยพด้วยกัน แต่รสชาติที่ถูกปากของมันทำให้แพร่หลายไปยังรวดเร็ว แล้วราคาก็ถูก อร่อยก็อร่อย ขวดขนาด 28 ออนซ์ ราคา 4 เหรียญเท่านั้น

คนที่ช่วยเขา ทำการตลาดและบรรจุภัณฑ์คือพ่อตาของเขา ที่ไปจัดหาขวดแก้วมาบรรจุโดยเลียนแบบขวดอาหารทารกที่พวกทหารอเมริกันทิ้งไว้ ในสงครามเวียดนาม แล้วก็ใช้รถเชฟโรเลตเก่าๆ ขนไปส่ง

ภัตตาคารต่างๆ ยินดีใช้ซอสของเขาเพราะไม่บูดไม่เน่า พอมีจำนวนขายมากเข้าก็เปิดโรงงาน

ทุก วันนี้โรงงานของ ฮุย ฟอง มีขนาดใหญ่โตมโหฬารถึง 655,000 ตารางฟุต ใครผ่านไปทาง เออร์วินเดล ในลอสแองเจลิส ก็จะเห็นอาคารนี้ ตั้งเด่นเป็นสง่าบ่งบอกถึงความสำเร็จของซอสศรีราชาสัญชาติเวียดนาม-อเมริกัน ดังว่านี้

ใครไปอเมริกา อย่าซื้อซอสของ ฮุย ฟอง กลับบ้านเชียวละ อายเขาตาย

 

 

 

(ที่มา:มติชนสุดสัปดาห์ ฉบับ 8-14 มีนาคม 2556)

 

Go to top