ถ้าไม่ใช่คนในวงการอาจจะไม่ทราบว่ามีหญิงสาวหลานย่าโมที่ได้ไปสร้างชื่อเสียงระดับโลก จนเป็นที่ยอมรับมามากต่อมาก ทางแฮปปี้โคราชดอทคอม ได้ไปอ่านเจอเรื่องราวของเธอจึงอยากนำมาเล่าสู่กันฟัง

image4

เพื่อให้เห็นว่า สาวคนนี้เค้าไม่ธรรมดาเลยทีเดียว และน่าจะเป็นแรงบันดาลใจให้กับคนโคราชและคนไทยทุกคนในการมุ่งมั่นในการทำสิ่งที่รักให้ประสบความสำเร็จแบบเธอ "สีไพร มุ่งพันธ์กลาง" หรือ "นาคาเดีย"

หลายคนคงเคยได้ยินชื่อ NAKADIA Dj ผู้หญิงไทย คนแรกที่กลายเป็นที่รู้จักของ Scene Techno music ระดับโลก แต่กว่าจะก้าวขึ้นมายืนอยู่ในเส้นทางสายนี้ได้ NAKADIA ต้องใช้ความพยายามอย่างมาก เพื่อพิสูจน์ให้ชาวต่างชาติทั่วโลกเห็นว่าคนไทยตัวเล็กๆคนนี้สามารถใช้ดนตรีเชื่อมต่อความแตกต่างของภาษาได้ รวมไปถึงทำให้ Dj หลายๆคนในเมืองไทยได้เห็นถึงการทุ่มเทพลังทั้งหมด ตลอดระยะเวลา 14 ปีของเธอให้กับดนตรีที่เธอรัก
สีไพร มุ่งพันธ์กลาง หรือที่รู้จักกันดีในชื่อ นาคาเดีย เป็นดีเจ และโปรดิวเซอร์ ชาวไทย ที่อาศัยอยู่ในเบอร์ลิน ,ประเทศเยอรมนี

ชีวิตเริ่มต้น และอาชีพ
นาคาเดีย เกิดในครอบครัวเกษตรกรและเป็นน้องคนสุดท้องของพี่น้องห้าคน ที่อำเภอครบุรี ,จังหวัดนครราชสีมา , ประเทศไทย เธอถูกทิ้งให้อยู่บ้านตามลำพังในช่วงเรียนมัธยมต้น ในขณะที่พ่อแม่และพี่ๆ ของเธอออกไปทำงานที่กรุงเทพฯ หาเงินเพื่อเลี้ยงชีพและส่งเงินเดือนให้เธอจำนวน 300 บาทต่อเดือนเพื่อเป็นการศึกษา ในวัยอายุ 15 ขวบหลังจากเรียนจบมัธยมต้น Nakadia เธอได้ย้ายไปอยู่ในเมืองโคราช ซึ่งเธออาศัยอยู่ในอพาร์ตเมนต์กับเพื่อนหญิงอีกห้าคน เธอทำงานในโรงงานผลิตทำสายคอมพิวเตอร์, ผลิตจานพลาสติก และฮาร์ดดิสก์ไดรฟ์ สองปีต่อมาเธอทำงานในห้างสรรพสินค้าท้องถิ่น เธอมักจะไปไนต์คลับหลังเลิกงานอยู่เสมอ ซึ่งเธอได้เรียนรู้เกี่ยวกับแนวเพลงประเภท เทคโน (Techno) ในปี พ.ศ. 2545 เพื่อนของเธอชื่อเซบาสเตียน (ซึ่งท้ายที่สุด กลายเป็นผู้จัดการของเธอ) แนะนำให้เธอกลายเป็นดีเจ ซึ่งเธอได้มีโอกาสไปประเทศเยอรมนี และเป็นการเดินทางบินออกนอกประเทศไทยเป็นครั้งแรกในชีวิต เธอได้ไปไนท์ไลฟ์แห่งหนึ่ง เธอร่วมสนุกสังสรรค์กับดีเจดัง ดีเจหญิงยุคบุกเบิกสมัยปี 90's อย่างดีเจมารูช่า (Marusha) คืนนั้นจุดประกายทำให้เธอตัดสินใจเป็นดีเจทันที

ขอขอบคุณบทความจาก : https://www.redbull.com/th-th/nakadia-interview

nakadia

เธอเริ่มต้นอาชีพ ดีเจ อย่างเต็มตัวปลายปี พ.ศ. 2545 ด้วยการเล่นแสดงรอบเกาะสมุย เกาะพะงัน เกาะเต่า จังหวัดสุราษฏ์ธานี และในปี พ.ศ. 2546 นาคาเดียเธอได้กลับไปยุโรปอีกครั้งเธอทัวร์ดีเจครั้งแรกที่ประเทศเยอรมนี, ประเทศเนเธอร์แลน, ประเทศโปแลน, ประเทศอิตาลี, ประเทศฝรั่งเศส ฯลฯ ถึงทุกวันนี้เธอไปแสดงโชว์มาแล้วกว่า 70 ประเทศทั่วโลก เธอมุ่งหน้าทำงานอย่างหนัก และมุ่งมั่นตั้งใจเดินตามความฝันของเธอไปเรื่อยๆ

ในปี 2548 เธอทัวร์ทวีปอเมริกาใต้เป็นครั้งแรกเธอแสดงในคลับดังอย่าง D'Edge เมือง เซาเปาลู ,ประเทศบราซิล คลับอันเดอร์ (Under Club) ประเทศอาร์เจนติน่า, และคลับอ๊อกทาว่า (Octava Club) ประเทศโคคอมเบีย, ประเทศเอกวาดอร์, ประเทศชิลี ครั้งต่อมา และในขณะเดียวกันเธอทัวร์ทวีปแอฟริกา เช่น ประเทศแอฟริกาใต้, ประเทศตูนิเซีย (Tunisia), ประเทศโมร็อคโค (Morocco), ประเทศอียีปต์ (Egpyt) เกาะรียูเนียน (Le Reunion) ของประเทศฝรั่งเศส, เกาะมอริเชียส (Mauritus) ฯลฯ

nakadia on show

ในปี 2561 เธอทัวร์ทวีปออสเตรเลีย และเธอยังได้ไปแสดงในเทศกาลสำคัญๆ ในทวีปยุโรปเช่น เลิฟพาเหรด Loveparade เมืองเบอร์ลิน ประเทศเยอรมนี สตีสท์ พาเลท ซูริก Street Parade Zurich, Queensday, Sugar Factory เมืองแอมส์เธอร์ดาม ประเทศเนเธอร์แลนด์ Cafe D'Antwerp ประเทศเบลเยียม และในปี 2561 เธอเป็นศิลปินดีเจไทยคนแรกได้ไปแสดงที่เฟสติวัลเบอร์หนึ่งระดับโลกอย่างทูมอร์โรว์แลน (Tomorrowland)

เธอได้โปรดิวเพลง และมีผลงานออกมาแล้วมากมาย ลงค่ายเพลงดังอย่าง ค่ายเพลง JETT Records ของฝรั่งเศส, NB Records ของออสเตรีย ค่ายเพลง Get Physical ของเยอรมัน ค่ายเพลง Bedrock Records ของอังกฤษ ฯลฯ

เริ่มต้นการเป็น Dj ได้ยังไง ตั้งแต่ปีไหน?
มันเกิดขึ้นปี 2002 ปูไปยุโรปครั้งแรกคือประเทศเยอรมัน คุณเซบาสเตียน (ผู้จัดการ) พาไปเที่ยวคลับที่นั่นครั้งแรก วันนั้นพวกเราทั้งสี่คนขับรถไปด้วยกัน ในรถรวมดีเจหญิงชื่อดังปี 1990 ชื่อมารูช่า (Marusha) ด้วย ขณะนั่งในรถไปด้วยกันทุกคนธรรมดามากปูไม่รู้ว่ามารูช่าเป็นดีเจดังมีชื่อเสียง ก็แค่อยากจะไปเที่ยวกับพวกเขาบ้าง
พอถึงที่หมายปลายทางหน้าคลับคนรอเข้าแถวยาวเชียว ดีเจมารูช่าเล่นอยู่ตอนนั้นตอนนั้นพอดี แล้วปูอยู่กลางแดนส์ฟลอร์ความรู้สึกมันใช่ เท่านั้นแหละ... ปูตัดสินใจทันทีเลยว่า ฉันจะเป็นดีเจ!


เช้าวันต่อมาปูเข้าร้านขายแผ่นเสียง ได้มาสองแผ่นก่อนกลับเมืองไทย พอกลับมาถึงเมืองไทย อ้าว... ลืมคิดไปเลยว่าจะหาเครื่องเล่นที่ไหนละเนี้ย ปูจึงกลับไปนั่งทำงานเฝ้าร้านอินเตอร์เน็ตและหาเพลงใหม่ๆ มาอับเดทให้ลูกค้านักศึกษาหน้ามหาลัยราชภัฏโคราชฟังต่อไป พอเข้ากลางปีคุณเซบาสเตียนถามว่า “การเป็นดีเจของคุณไปถึงไหนแล้ว” ปูตอบเขาไปว่า “ฉันไม่มีเครื่องเล่นแล้วฉันจะเป็นดีเจได้ยังไง” คุณเซบาสเตียนจึงช่วยสนับสนุนส่งเครื่องเทิร์นเทเบิลส่งมาให้ฝึก ปูฝึกด้วยตัวเองงูๆ ปลาๆ งมหาบีท (BPM) อยู่ทั้งวันขณะนอนหูนี่ชาไปหมดเลย มีท้อบ้างแต่ด้วยความอยากจะเป็นดีเจจึงพยายามต่อไป แต่คนรอบข้างไม่มีใครรู้จักวิธีเล่นเครื่องเปิดแผ่นเสียงและแนวเพลงเทคโน เป็นอะไรที่อยากสำหรับคนที่เริ่มจากศูนย์อย่างปู คุณเซบาสเตียนจึงตัดสินใจเสนอให้ไปฝึกด้วยกันที่มหาลัย Braunschweig University Of Technology เพราะเพื่อนของเขา (คนที่1 มีห้องให้ฝึกในมหาลัย) เครื่องเทิร์นเทเเบิลและสพีกเกอร์เตรียมพร้อมให้ปูฝึก คิดอยู่ในใจ ว้าว! ทำไมฉันช่างเป็นคนโชคดีขนาดนี้

nakadia CACR


ปูตั้งใจฝึกฝนอย่างเต็มที่ถึงเวลาก็ไปกินข้าวที่โรงอาหารรู้สึกเหมือนเป็นนักศึกษาไปสะงั้น จนมาวันหนึ่งเหมือนเปิดปุ่มไฟติดปั๊มยังไงยังงั้นเลย มิกส์เพลงเก่งขึ้นและจำเพลงของตัวเองได้ดี ฝึกแบบนี้ทุกวันเช้ายันค่ำเป็นเวลาสามเดือน สัปดาห์สุดท้ายก่อนกลับเมืองไทยเพื่อนคุณเซบาสเตียน (คนที่2 เขาเป็นดีเจเอเจนซี่) เขาถามปูว่าพร้อมที่จะเปิดในคลับแล้วหรือยัง ปูตอบว่าพร้อมและตกลงรับงานทันที เล่นในคลับครั้งแรกสองพันกว่าคน แม่เจ้าตื่นเต้นมาก! แต่ทุกอย่างก็ผ่านพ้นไปด้วยดี ทางคลับบอกว่ายินดีต้อนรับเสมอ มันคือความภูมิใจที่สุดของเด็กบ้านๆ คนหนึ่ง ปูได้ประสปการณ์ดีๆ กลับบ้านไป พอกลับมาถึงเมืองไทย อยากจะเป็นดีเจมืออาชีพอย่างเต็มตัว และอยากเล่นถูกสถานที่กับเพลงแนวของเรา ปูย้ายจากโคราชไปเกาะสมุยปลายปีไปตามล่า (หาฝัน) หาสถานที่ ที่เปิดโอกาส ปูจะมีความสุขที่สุดที่ได้เล่นแนวเพลงที่ตัวเองชอบ ผลงานปูจึงออกมาดีเป็นที่สนใจของโปรโมทเตอร์ และเจ้าของคลับที่มาฮอริเดย์บนเกาะ เรียกได้ว่าเกาะๆ นี้คือจุดเกิดการเป็นอินเตอร์เนชั่นเนลดีเจเลยทีเดียว จากนั้นปูได้มีโอกาสไปเล่นที่ประเทศเกาหลีใต้ เนปาล อินเดีย มาเลเซีย สิงค์โปร ฮองกง ฟิลิปปินส์ ฯลฯ


เข้ากลางปี 2003 คุณเซบาสเตียนเห็นพรสวรรค์ก็เลยชักชวนไปทัวร์ยุโรปครั้งแรก สองสามเดือนแรกอาจจะมีถ่ายแบบบ้าง (มันคือความฝันสมัยเด็กๆ) ดีเจบ้าง หาเงินทุกทางเพื่อสะสมเงินซื้อแผ่นเสียง ทัวร์ครั้งต่อไปปูเป็นดีเจเต็มตัว ปูคิดว่าการถ่ายแบบมันไม่ใช่ตัวตนที่แท้จริง! ทัวร์ยุโรปบ่อยครั้ง ทวีปอื่นๆ ก็ติดต่อมา หลายปีผ่านไป ปูเล่นทั้งในคลับและ Festival ใหญ่ๆ มีชื่อเสียงมากมาย สะสมเวลามากว่า 14 ปีแล้ว ชื่อเสียงนาคาเดีย Nakadia ก็เพิ่มขึ้นๆ เป็นที่รู้จักและมีผลงานเพลงออกวางขายตามเว็บต่างๆ เป็นที่ยอมรับของคนทั้งในและนอกวงการจนถึงทุกวันนี้

แรงบันดาลใจจริงๆ ที่ทำให้เราชื่นชอบใน Scene นี้และเข้ามาอยู่ใน Scene นี้ได้คืออะไร?
จากการไปยุโรปครั้งแรกมันทำให้ปูหลงรักแนวเพลงอันเดอร์กราว (Deep House, House, Tech House, Techno) มาตั้งแต่เริ่มเป็นดีเจ ประสบการณ์การไปเล่นมาแล้วกว่า 60 ประเทศมันทำให้ปูได้รู้จักวงการนี้เป็นอย่างดี มันทำให้ปูได้รู้และศึกษามาตลอดจนมันทำให้ปูได้รู้ว่าปูต้องการอะไร ปูชอบเพลงที่ใครๆ ไม่รู้จักหรือไม่คุ้นเคย และปูก็ชอบเล่นเพลงที่จะเซอร์ไพร์คนฟังเสมอ โดยส่วนตัวปูชอบ Mixing เพลงสองเพลงให้เข้ากันนานๆ ผสมผสานสองเพลงให้มันเป็น Remix ใหม่ มันคือมนต์เสน่ห์ที่ทำให้ปูอยู่ใน Scene นี้มาตลอด ความภูมิใจที่ดีคือปูเปลี่ยนใจผู้คน (ทั้งคนไทยและต่างชาติ) ปูสามารถชักชวนผู้คนที่เคยฟังเพลงทั่วไปเข้ามา Scene นี้ ปูได้รับเสียงตอบรับมาเสมอว่า “นาคาเดียเพลงแนวนี้คือแนวอะไร ชอบจังเลย ไม่เคยรู้จักมาก่อนเลย” จากนั้นพวกเขาก็จะตามมิกส์เพลงของปูจากทาง Soundcloud.com/nakadia ของปูเสมอมา

การเป็น DJ ที่ดีในแบบของ Nakadia คืออะไร?
ไม่จำเป็นต้อง Mix เพลงให้เนียนเหมือนกับการ (Sync) เพราะเราเล่นสดเหมือนกับการเล่นแผ่นไวนิล (Vinyl) คือต้องงมหา Beat (BPM) เป็นเรื่องธรรมชาติที่ดีเจต้องมีการปรับบีทขึ้นลงบ้าง การเป็นดีเจที่ดีคือต้องอ่านคนให้ได้ และต้องนำพาผู้คนไปตามเสียงเพลงของเรา อย่างกับการดูภาพยนต์ที่มีช่วงพีคบ้างลงบ้าง Emotional บ้าง ไม่งั้นคนดูเบื่อตายแล้วเดินออกจากโรงภาพยนต์อาจจะเป็นไปได้ หรือการเป็นดีเจที่ดีที่สุดคือการเป็นดีเจ Warm Up ไม่ใช่เรื่องง่ายๆ เพราะส่วนใหญ่หลายๆคนเข้าใจผิดและจะชอบให้ดีเจมือใหม่เล่น ทั้งๆ ที่ประสบการณ์น้อยมาก เล่นยังไงก็เล่นไปเหอะขอให้เป็นช่วงที่คนกำลังเดินเข้าคลับ... เพราะการเป็นดีเจวอมอับเป็นจุดสำคัญของคืนนั้นคือทำยังไงให้คนในคลับไม่เบื่อ มีความสุข แดนส์รอก่อนดีเจคนสำคัญของคืนนั้นจะออกมาเล่นเวลาหลัก (DJ main time)

spin that nakadia

ที่แรกที่เล่น Dj คือที่ไหน?
ปี 2002 เล่นที่เมืองฮันโนเวอร์ ประเทศเยอรมัน

จุดเปลี่ยนของ Nakadia ที่ทำให้คนรู้จักมากขนาดนี้คืออะไร?
ปูได้เล่นสดที่คลับดังและ Festival ใหญ่ๆ มีชื่อเสียงทั่วโลกมากมาย อย่างเช่น Watergate Berlin, Sankeys Ibiza, D-Edge Sao Paulo, Egg London, Pacha Portugal, Ushuaia Ibiza (Ants) ซึ่งได้รับการโวทให้เป็น #1 ปาร์ตี้บนเกาะอิบิซ่า หรือจะเป็น Festival ใหญ่ๆ อย่าง Sziget Festival เมือง Budapest, Family PikNik ที่ฝรั่งเศส, Lake Dance ประเทศ Halland, Loveland เมืองแอมส์ดาม และปูก็ได้ร่วมเล่นกับศิลปินดังระดับโลกมากมาย อย่างเช่น Sven Vath, Dubfire, Luciano, Tale of us, Stephan Bozin, Jamie Jones, และอีกหลายๆคนเยอะแยะมากมายถ้าบอกหมดสงสัยพื้นที่จะไม่พอแน่ๆ

Scene ดนตรี Dance Music ของเมืองนอกแตกต่างจากเมืองไทยมากน้อยแค่ไหน?
ถ้าพูดถึง Scene คนไทย คนไทยจะตาม Scene อเมริกาซะส่วนใหญ่ อย่างเช่น EDM กำลังมาแรง แต่ถ้าพูดถึง Scene เทคโน (Techno) ที่ปูเล่นทั้งเมืองไทยและทั่วทั้งทวีปพรมแดนที่เคยไปเล่นมาไม่แตกต่างค่ะ กลุ่มคนที่มาคลับและ Festival พวกเขาจะตามศิลปิน และแนวเพลง

ถ้าพูดในแง่ดนตรี เมืองไทยยังต้องพัฒนาในด้านใดอีกบ้าง?
คนไทยใจกว้างและเปิดรับสิ่งใหม่ๆ เสมอ จากประสบการณ์ที่ไปเล่นทั่วทั้งเอเชียมาแล้ว เมืองไทยไปไกลที่สุดใน south east asia ไม่รวมประเทศญี่ปุ่นนะค่ะเพราะเขาไปไกลนานแล้ว ปูภูมิใจมากที่เห็นคนไทยรุ่นใหม่สร้างเวทีที่ดีมีคุณภาพไม่แพ้ชาติใดในโลกจริงๆ อย่าง Water Zonic, 808 Festival แม้กระทั้งศิลปินไทยก็ไม่แพ้คนเอเชียทั่วไปเลย คือไม่ต้องพัฒนาอะไรไปมากกว่านี้อีกแล้ว แค่ขอให้เก็บรักษาคุณภาพดีๆ แบบนี้ไว้นานๆ ก็พอ

ในฐานะที่เดินทางทัวร์ยุโรปมาหลายรอบ และเป็น Dj คนไทยเพียงคนเดียว มีความรู้สึกยังไงบ้าง?
รู้สึกภูมิใจที่เด็กบ้านๆ จากโรงเรียนครบุรีได้เป็นตัวแทนคนไทยและนำธงชาติไทยไปปักทั่วทุกมุมโลก ภูมิใจที่ได้เป็นส่วนหนึ่งที่ชักชวนคนต่างชาติเข้ามาเที่ยวและมาสัมผัสประเทศไทย!

ช่วยฝากถึง Dj ในเมืองไทยที่รักในดนตรีเต้นรำ และอยากเข้าไปยืนในจุดนี้หน่อย
ฝันให้ไกลแล้วไปให้ถึง ทุกปัญหาไม่มีคำว่าอุปสรรค หาวิธีแก้ไขเพราะมันจะทำให้เราเข้มแข็ง ใจกว้างเปิดรับฟังสิ่งใหม่ๆ เสมอ อย่าหยุดอยู่กับที่ ในวงการนี้ไม่มีคำว่าเพื่อน! คุณต้องต่อสู้และยืนด้วยตัวของคุณเอง จากประสบการณ์ของพี่นะ

Go to top