บทที่ 39 ถึงคราวเรื่องสั้น แบบสุนัข ๆ โดย ไอ้หัวเป็ด โคราช

ตอนที่ 1 กำเนิดสุนัขสีฟ้า

T277

บนโลกแห่งอุดมคติ “โลก” ที่ใครก็ตามถือกำเนิดมา สิ่งแรกที่เห็นในความชัดเจนเบื้องหน้าของสีในแสง ภาพเหล่านั้นเป็นเพียง สี “ขาว และดำ” เท่านั้น ในโลก “โมโซไซตี้ mosociety ของสุนัข” ทั้งมวล

เป็นการรวมตัวของสังคมพอประมาณ ที่ “สุนัข สีขาว ดำ” ใช้ชีวิตกันอย่างเพียงพอ สังคมอันพึงปรารถนาของ “สุนัขชาวโมโซ” ทุกตัว ได้ร่วมกันสร้างขึ้นมา มันเป็นสังคมที่ประกอบด้วย “ความจริงในอุดมคติ ความดีงาม และความสุขบนพื้นฐานข้อกำหนดของสี “ขาว และดำ” ที่สุนัขทุกตัวในโลก โมโซไซตี้ พึงพอใจ

และเช้าวันที่อากาศสดใส แสงแดดสีเทาอ่อนๆ ระเรื่อเจือสีขาวประกายมุขทอดแสงทาบทับประตูบานใหญ่ สีดำ 80 % เงาสีเทา 60 % ทิ้งตัวลงเบื้องล้าง บทบังแสงสีขาวอันร้อนแรงของดวงตะวัน ตะกล้าสีดำใบใหญ่ ทิ้งทอดอาลัย ไว้ที่หน้าประตูสีดำอมเทาอ่อน มีลูกบิดเล็กๆ สีขาวน่ารัก บนประตูบานใหญ่นั้นมีขอความสีขาว แสดงถึงความสงบของผู้อยู่หลังประตูนั้น “ศาสนสถาน ห้ามส่งเสียงดัง”

มันเป็นสาเหตุของความรักที่ไม่พึงปรารถนา ความกลัวการเปลี่ยนแปลงที่ผู้นำส่วนใหญ่อาจรับไม่ได้ เกรงจะเกิดเป็นปัญหาใหญ่ตามมา ของชุมชน “โมโซไซตี้” แห่งนี้ ความผิดแปลกของการกำเนิดในตัวลูกสุนัขตัวนี้ ความต่างของสิ่งที่นิยามกันว่า “สี” แม้นหากเพียงใครได้มองเด็กตัวนี้ สิ่งที่เห็นช่างหน้าตกใจนัก สีที่ไม่เข้าพวก ความไม่เข้าใจ นั้นอะไรกันแน่ การยอมรับไม่ได้ของสุนัขผู้ปกครองประเทศโมโซ ความผิดบาปที่ให้กำเนิด “ลูกสุนัขปีศาจ” ที่ผิดแผกแปลกไปจากพวกพ้อง ไม่มีความเหมือน ”ลูกสุนัข” ของบ้านอื่นๆ ในชุมชนนี้ ไม่เคยเลยสักครั้งที่จะมีปรากฏการเรื่องแปลกประหลาดเช่นนี้ขึ้น อย่างน้อยก็ในรอบพันปีแสงขาว ดำ

ความวิตกกังวล ปนกับความเสียใจ ในการกระทำที่เลือกไม่ได้ของผู้เป็นแม่ ต้องทิ้งความอาลัยจากไปทั้งน้ำตา วางไว้เพียงตะกล้าสีดำ ภายในมีลูกสุนัข ในความต่าง (จึงสมมุติเรียกว่า) “สีฟ้า” ตัวหนึ่ง ห่อด้วยผ้าสีขาว และจดหมายฉบับหนึ่ง มีข้อความสั้นๆ สีดำ เขียนว่า “ขอโทษจริงๆ ช่วยดูแลด้วยค่ะ” กระดาษขาวที่เขียนด้วยน้ำหมึกสีดำ มันเจือปนไปด้วยน้ำตาแห่งความเสียใจหลายหยดของผู้เขียนทิ้งไว้

เสียงเอียดอาดของประตูบานใหญ่สีดำ เริ่มขยับเปิดแง้มออกมา เผยให้เห็นผู้อยู่เบื้องหลังประตู ขาที่ค่อยๆ เหยียดเท้าก้าวออกมาจากเงามืดสีเทา 60 % นั้น ขาเรียวที่สวมถุงเท้าสีขาวยาวถึงหัวเข่า รองเท้าหนังสีดำ คลายเด็กนักเรียนหญิงชั้นประถมใส่กัน เมื่อร่างนั้นพ้นประตูออกมา บุคคลในชุดคลุมยาวปกบิดร่างกายมิดชิด ดูสง่าในความสงบเรียบร้อย “แม่ชีวัยชรา” แม่ชี “จู” ซิสเตอร์ คือชื่อของเธอ ผู้เป็นหนึ่งเดียวที่คอยรับใช้ “ศาสนสถานแห่งนี้” มีหน้าที่คอยดูแลจัดแจงเรื่องอาหารการกินของหลวงพ่อผู้ประกอบพิธีทางศาสนาของชุมชน “โมโซไซตี้”

ด้วยวัยชราหูตาเริ่มจะฝ่าฟาง ด้วยความบังเอิญไปสะดุดเข้ากับตะกล้าสีดำใบนั้น จึงทำให้เด็กน้อยส่งเสียงร้องออกมา “ตายแล้ว โธ่ถัง กะละมัง คุ” แม่ชีอุทานด้วยความตกใจ ในสิ่งที่ตนเห็น อย่างไม่แน่ใจนัก ไม่เชื่อในสายตาตนเองกับสิ่งที่เห็น แสดงท่าทางจับอก รูปศีรษะไปๆ มาๆ ทำท่ายังกับเห็นสัตว์ประหลาด ร้องเสียงดังลั่น “หลวงพ่อค่ะ คุณพระช่วย” มีอะไรไม่รู้อยู่หน้าประตูออกมาดูเถอะเจ้าค่ะ ทันใดนั้นเสียงภายใน ”ศาสนสถาน” จากบุรุษซึ่งทำหน้าที่บาทหลวงประจำที่แห่งนี้ คนในชุมชนมักเรียกท่านว่า “คุณพ่อกะทิชัย” เสียงที่ก้องออกมาจากห้องน้ำ ตอบรับแม่ชีจู ด้วยน้ำเสียงของความหงุดหงิด ซึ่งขณะนั้นกำลังประกอบกิจส่วนตัวอยู่ในห้องน้ำ “มีอะไรหรือแม่ชีจู” ฟ้าถล่มรึไง ไฟไหม้ที่ไหนหรือ” เสียงบาทหลวงหนุ่ม เพิ่งได้เข้าพิธีสาบานต้นเข้าเป็นบาทหลวงมาหมาดๆ สำนักงานศาสนา “โมโซไซตี้คริสต์” ส่งมาเป็นบาทหลวงประจำศาสนสถานแห่งนี้เป็นครั้งแรก ผ่านมาได้แค่ 2 สัปดาห์ บุรุษผู้ครองชุดสูทสีดำ ติดขอซองแถบสีขาวในความหมายของการเป็นบาทหลวงผู้ประกอบพิธีทางศาสนา “โมโซไซตี้คริสต์” บาทหลวง “กะทิชัย” ซึ่งเป็นตัวแทนของศรัทธา ตัวใหม่ ได้มาเป็นศูนย์รวมจิตใจของชุมชนสุนัข “โมโซไซตี้” แห่งนี้ เมื่อหลวงพ่อ “กะทิชัย” ออกมาพบกับภาพที่เห็นสิ่งที่อยู่ในตะกล้าสีดำนั้น ก็ให้ตกใจสุดขีดยืนงงกับสิ่งที่เห็นยังไม่เชื่อสายตาตัวเอง “นี่อะไร สิ่งนี้อะไรกันแม่ชีจู” คำถามในความไม่เข้าใจในสิ่งที่ปรากฏต่อเบื้องหน้านั้น พร้อมคำอุทานมันพรั่งพรูออกมาทันที “คุณพระคุ้มครอง” อะไรวะนี้แม่ชีจู “ทำไงดี” ทำไงดีแม่ชีจู บาทหลวงกะทิชัยถึงกับช็อคไปชั่วขณะ แม่ชีจูตอบ “นั้นซิค่ะหลวงพ่อ” เราจะทำยังไงดีละคราวนี้ “อ๋อนี้ค่ะ” มีจดหมายด้วย บาทหลวงกะทิชัยนำจดหมายจากมือแม่ชีเฒ่า มาคลี่ออกอ่าน พอเข้าใจความหมายของข้อความที่เขียนไว้ประสาทสัมผัสรับรู้ได้ทันทีว่า อันตรายจะเกิดกับตนแน่ๆ ทำยังไงดีน่างานเข้าแล้วเรา เอาไปทิ้งก็จะผิดศีลธรรมจรรยา ที่มีของความเป็นบาทหลวง คิดๆ ซิคิด ด้วยความเป็นผู้ทรงศีล “เลี้ยงไว้ก็แล้วกัน แม่ชีจู” เป็นการตัดสินใจครั้งสำคัญของพระหนุ่ม “งั้นเอาไปไว้ห้องไต้ดินของโบสถ์ก่อน” ขอผมหาวิธีเดี๋ยวจะตามลงไป บาทหลวงหนุ่มกุมขมับ เดินวนไปหน้าม้านั่งยาว คุกเข่าต่อหน้าพระเจ้า คุ่นคิดหาวิธีปกปิดความจริงไม่ให้ใครสังเกตเห็นความประหลาดของเด็กตัวนี้

แบบนี้ละน่าจะใช้การได้ แผนอันแยบยลของบาทหลวงกะทิชัย เพื่อรักษาชีวิตน้อยๆ ผู้บริสุทธิ์ซึ่งไม่มีความผิด ไม่รู้เรื่องอะไรในความเกิดอันผิดปกตินี้ จำเป็นต้องทำเช่นนี้ละ เตรียมสีดำสนิท ติดผิวทนนาน ผ้าคลุมสีดำสนิทมาคลุมตัวทารก เปิดเฉพาะช่องตา เจาะรูที่จมูกสำหรับหายใจทำแบบนี้ละนะ ไอ้หนูแก่ก็น่าจะรอดแล้ว หลังอยากนั้นบาทหลวงกะทิชัย ให้แม่ชีจู นำความไปบอกกล่าวชาวบ้านถึงทารกที่ถูกทิ้ง และทางบาทหลวงกะทิชัย ได้รับเลี้ยงไว้ในความดูแลของโบสถ์ ไปอธิบายให้ชาวบ้านได้เข้าใจถึงสาเหตุที่เด็กต้องมีผ้าสีดำคุมกายไว้ตลอดเช่นนี้เพราะเกิดมาเป็นโรคร้าย เป็นตุ่มพุพอง ไม่น่ามองต่อผู้พบเห็น ปัญหาเบื้องต้นจึงจบลงได้ในวันนั้น ก่อนแสงขาวสุดท้ายจะลับขอบฟ้าสีเทาเรื่อๆ เปลี่ยนเป็นสีดำสนิท ของค่ำคืน ภายในห้องใต้ดินของโบสถ์ ภายในเปลเก่าๆ ของผู้บริจาครายหนึ่ง เด็กสุนัขสีฟ้าได้รับความเมตตาจากบาทหลวงหนุ่มกะทิชัย และแม่ชีเฒ่าจู คืนที่สลัวนั้น มีความอบอุ่นเกิดขึ้นแล้วขณะนี้ แต่ความลับนี้จะปิดไปได้นานแค่ไหนกันนะ บาทหลวงมองหน้าเด็กน้อย แล้วหันหน้ามองหลอดไฟสีเทาอ่อนในแสงขาวนวล ภายใต้สีดำ ที่ทอดตัวปกคลุมทั่วบริเวณห้องใต้ดินของโบสถ์ “ความลับนี้ ปิดได้แค่ไหน ก็แค่นั้นละวะ”ข้าแต่พระองค์ ช่วยคุ้มครองเด็กตัวนี้ด้วยเถอะ (คำขอพรของหลวงพ่อกะทิชัย)

จบบทกำเนิดสุนัขสีฟ้า ตอนที่ 1

LOGO Duck Head

Go to top