ดาวไม่ได้ใช้งานดาวไม่ได้ใช้งานดาวไม่ได้ใช้งานดาวไม่ได้ใช้งานดาวไม่ได้ใช้งาน
 

วันนี้ (18 มิ.ย.) นายชัยพฤกษ์ เสรีรักษ์ เลขาธิการคณะกรรมการการอาชีวศึกษา (เลขาธิการ กอศ.) เปิดเผยว่า ตนได้มอบหมายให้นายประดิษฐ์ ระสิตานนท์ รองเลขาธิการ กอศ.ไปดูหลักเกณฑ์ระเบียบกำหนดความประพฤติและลงโทษนักเรียนและนักศึกษาอาชีวศึกษา ให้เป็นเกณฑ์กลางเพื่อใช้ลงโทษนักศึกษาที่ทำความผิดทุกสถาบัน และเร็วๆ นี้ ตนจะเชิญหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ทั้งกระทรวงยุติธรรม ทหาร ตำรวจ สถานศึกษา มาระดมความคิดเห็นเพื่อหาแนวทางแก้ปัญหานักเรียน นักศึกษาทะเลาะวิวาทที่ยั่งยืนในอนาคต

ด้าน นายประดิษฐ์ กล่าวว่า ขณะนี้ถือว่าสถานการณ์นักเรียน นักศึกษาทะเลาะวิวาท มีความรุนแรงเพิ่มมากขึ้น สร้างความหนักใจให้กับทุกภาคส่วนไม่ว่าจะเป็นผู้ปกครอง สถานศึกษา หรือแม้แต่ สอศ.ก็ยอมรับว่า หนักใจกับปัญหาที่เกิดขึ้น เพราะแม้ว่าแต่ละสถาบันจะมีหลักเกณฑ์และวิธีการตัดคะแนนความประพฤติ เพื่อพิจารณาลงโทษนักเรียนอยู่แล้ว แต่ก็ไม่สามารถทำอะไรได้มากนัก เพราะติด พ.ร.บ.คุ้มครองเด็ก พ.ศ.2546 ครูจะตีเด็กก็ไม่ได้ ให้ย้ายที่เรียนก็ไม่ได้ ถือว่านอกเหนือกฎหมาย และอาจจะถูกผู้ปกครองฟ้องศาลปกครองได้ โดยที่ผ่านมาก็เคยมีกรณีถูกฟ้องมาแล้ว

นายประดิษฐ์ กล่าวอีกว่า ขณะนี้ตนได้ศึกษาระเบียบว่าด้วยหลักเกณฑ์และวิธีการตัดคะแนนความประพฤติเพื่อพิจารณาลงโทษ นักเรียน นักศึกษา ของแต่ละสถาบัน เพื่อเปรียบเทียบ หาเกณฑ์กลางที่เหมาะสม ซึ่งเท่าที่ดูพบว่า ระเบียบของวิทยาลัยเทคนิคดอนเมือง มีความละเอียดมากที่สุด ดังนั้น จึงจะนำมาปรับใช้เป็นเกณฑ์กลาง เพื่อให้ทุกวิทยาลัยนำไปปรับใช้ สำหรับรายละเอียดของระเบียบดังกล่าว โดยย่อ ดังนี้ ให้วิทยาลัยแต่งตั้งคณะกรรมการพิจารณาลงโทษนักเรียน นักศึกษา ซึ่งประกอบด้วย รองผู้อำนวยการฝ่ายพัฒนากิจการนักเรียนนักศึกษา เป็นประธานกรรมการ ครูในวิทยาลัย และหัวหน้างานปกครองเป็นกรรมการและเลขานุการ โดยมีวาระหมดสิ้นปีการศึกษาของทุกปี โดยคณะกรรมการมีอำนาจพิจารณาข้อกล่าวหานักเรียนกรณีกระทำความผิด ที่จะต้องถูกตัดคะแนน เสนอให้วิทยาลัยตัดคะแนนความประพฤติ โดยจะแบ่งการตัดคะแนนเป็นรายกรณี อาทิ แต่งกายไม่สุภาพเรียบร้อย ส่งเสียงรบกวนผู้อื่น ไม่ตั้งใจเรียน ตักเตือนด้วยวาจา ความผิดที่ต้องถูกตัดคะแนนความประพฤติ อาทิ ไม่เข้าแถวหน้าเสาธง กล่าววาจาไม่สุภาพระหว่างนักเรียนนักศึกษาด้วยกันตัด 1 คะแนน มีบุหรี่ไว้ในครอบครอง หรือเพื่อจำหน่าย หรือสูบในที่เปิดเผยในสภาพนักเรียน นักศึกษา ตัด 10 คะแนน

“ความประพฤติของนักเรียน นักศึกษาที่เป็นความผิด ต้องทำทัณฑ์บน และถูกตัดคะแนนความประพฤติ 20 คะแนน หรือไม่เกิน 40 คะแนน อาทิ ก่อความเดือดร้อนให้แก่ผู้อื่น หรือก่อการวิวาทชกต่อย หรือมีส่วนในการทะเลาะวิวาท มีอาวุธปืน หรือวัตถุระเบิด หรืออาวุธร้ายแรงอื่นใดในครอบครอง จำหน่าย หรือจ่ายแจกสิ่งผิดกฎหมายหรือสิ่งเสพติดให้โทษอย่างร้ายแรง เช่น กัญชา ฝิ่น ยาบ้า มอร์ฟีน เฮโรอีน และสิ่งออกฤทธิ์ทางประสาทอื่นๆ เช่น เหล้าแห้ง เป็นต้น กรณีที่นักเรียน นักศึกษาผู้ใดถูกสอบสวน และฟ้องร้องดำเนินคดีอาญาตองให้ประกาศพ้นการเป็นสภาพนักเรียน นักศึกษา เป็นการชั่วคราว” นายประดิษฐ์ กล่าว

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ศ.ดร.สุชาติ ธาดาธำรงเวช รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ (ศธ.) ซึ่งเพิ่งเดินทางมาถึงประเทศไทยภายหลังจากการเดินทางไปปฏิบัติภารกิจที่สหพันธ์สาธารณรัฐเยอรมนี และได้เดินทางไปสมทบกับที่ประชุมคณะรัฐมนตรีที่ พัทยา จ.ชลบุรี ได้เรียกประชุมผู้บริหารสถานศึกษาอาชีวศึกษากลุ่มเสี่ยงทั้งหมด ที่โรงแรมรอยัล คลีฟ บีช พัทยา ในเวลา 18.00 น.โดยจะแถลงผลการประชุมอย่างเป็นทางการในวันพรุ่งนี้ (19 มิ.ย.) ที่กระทรวงศึกษาธิการ (ศธ.)

วันนี้ (18 มิ.ย.) นายชัยพฤกษ์ เสรีรักษ์ เลขาธิการคณะกรรมการการอาชีวศึกษา (เลขาธิการ กอศ.) เปิดเผยว่า ตนได้มอบหมายให้นายประดิษฐ์ ระสิตานนท์ รองเลขาธิการ กอศ.ไปดูหลักเกณฑ์ระเบียบกำหนดความประพฤติและลงโทษนักเรียนและนักศึกษาอาชีวศึกษา ให้เป็นเกณฑ์กลางเพื่อใช้ลงโทษนักศึกษาที่ทำความผิดทุกสถาบัน และเร็วๆ นี้ ตนจะเชิญหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ทั้งกระทรวงยุติธรรม ทหาร ตำรวจ สถานศึกษา มาระดมความคิดเห็นเพื่อหาแนวทางแก้ปัญหานักเรียน นักศึกษาทะเลาะวิวาทที่ยั่งยืนในอนาคต

ด้าน นายประดิษฐ์ กล่าวว่า ขณะนี้ถือว่าสถานการณ์นักเรียน นักศึกษาทะเลาะวิวาท มีความรุนแรงเพิ่มมากขึ้น สร้างความหนักใจให้กับทุกภาคส่วนไม่ว่าจะเป็นผู้ปกครอง สถานศึกษา หรือแม้แต่ สอศ.ก็ยอมรับว่า หนักใจกับปัญหาที่เกิดขึ้น เพราะแม้ว่าแต่ละสถาบันจะมีหลักเกณฑ์และวิธีการตัดคะแนนความประพฤติ เพื่อพิจารณาลงโทษนักเรียนอยู่แล้ว แต่ก็ไม่สามารถทำอะไรได้มากนัก เพราะติด พ.ร.บ.คุ้มครองเด็ก พ.ศ.2546 ครูจะตีเด็กก็ไม่ได้ ให้ย้ายที่เรียนก็ไม่ได้ ถือว่านอกเหนือกฎหมาย และอาจจะถูกผู้ปกครองฟ้องศาลปกครองได้ โดยที่ผ่านมาก็เคยมีกรณีถูกฟ้องมาแล้ว              

นายประดิษฐ์ กล่าวอีกว่า ขณะนี้ตนได้ศึกษาระเบียบว่าด้วยหลักเกณฑ์และวิธีการตัดคะแนนความประพฤติเพื่อพิจารณาลงโทษ นักเรียน นักศึกษา ของแต่ละสถาบัน เพื่อเปรียบเทียบ หาเกณฑ์กลางที่เหมาะสม ซึ่งเท่าที่ดูพบว่า ระเบียบของวิทยาลัยเทคนิคดอนเมือง มีความละเอียดมากที่สุด ดังนั้น จึงจะนำมาปรับใช้เป็นเกณฑ์กลาง เพื่อให้ทุกวิทยาลัยนำไปปรับใช้ สำหรับรายละเอียดของระเบียบดังกล่าว โดยย่อ ดังนี้ ให้วิทยาลัยแต่งตั้งคณะกรรมการพิจารณาลงโทษนักเรียน นักศึกษา ซึ่งประกอบด้วย รองผู้อำนวยการฝ่ายพัฒนากิจการนักเรียนนักศึกษา เป็นประธานกรรมการ ครูในวิทยาลัย และหัวหน้างานปกครองเป็นกรรมการและเลขานุการ โดยมีวาระหมดสิ้นปีการศึกษาของทุกปี โดยคณะกรรมการมีอำนาจพิจารณาข้อกล่าวหานักเรียนกรณีกระทำความผิด ที่จะต้องถูกตัดคะแนน เสนอให้วิทยาลัยตัดคะแนนความประพฤติ โดยจะแบ่งการตัดคะแนนเป็นรายกรณี อาทิ แต่งกายไม่สุภาพเรียบร้อย ส่งเสียงรบกวนผู้อื่น ไม่ตั้งใจเรียน ตักเตือนด้วยวาจา ความผิดที่ต้องถูกตัดคะแนนความประพฤติ อาทิ ไม่เข้าแถวหน้าเสาธง กล่าววาจาไม่สุภาพระหว่างนักเรียนนักศึกษาด้วยกันตัด 1 คะแนน มีบุหรี่ไว้ในครอบครอง หรือเพื่อจำหน่าย หรือสูบในที่เปิดเผยในสภาพนักเรียน นักศึกษา ตัด 10 คะแนน            

 “ความประพฤติของนักเรียน นักศึกษาที่เป็นความผิด ต้องทำทัณฑ์บน และถูกตัดคะแนนความประพฤติ 20 คะแนน หรือไม่เกิน 40 คะแนน อาทิ ก่อความเดือดร้อนให้แก่ผู้อื่น หรือก่อการวิวาทชกต่อย หรือมีส่วนในการทะเลาะวิวาท มีอาวุธปืน หรือวัตถุระเบิด หรืออาวุธร้ายแรงอื่นใดในครอบครอง จำหน่าย หรือจ่ายแจกสิ่งผิดกฎหมายหรือสิ่งเสพติดให้โทษอย่างร้ายแรง เช่น กัญชา ฝิ่น ยาบ้า มอร์ฟีน เฮโรอีน และสิ่งออกฤทธิ์ทางประสาทอื่นๆ เช่น เหล้าแห้ง เป็นต้น กรณีที่นักเรียน นักศึกษาผู้ใดถูกสอบสวน และฟ้องร้องดำเนินคดีอาญาตองให้ประกาศพ้นการเป็นสภาพนักเรียน นักศึกษา เป็นการชั่วคราว” นายประดิษฐ์ กล่าว              ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ศ.ดร.สุชาติ ธาดาธำรงเวช รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ (ศธ.) ซึ่งเพิ่งเดินทางมาถึงประเทศไทยภายหลังจากการเดินทางไปปฏิบัติภารกิจที่สหพันธ์สาธารณรัฐเยอรมนี และได้เดินทางไปสมทบกับที่ประชุมคณะรัฐมนตรีที่ พัทยา จ.ชลบุรี ได้เรียกประชุมผู้บริหารสถานศึกษาอาชีวศึกษากลุ่มเสี่ยงทั้งหมด ที่โรงแรมรอยัล คลีฟ บีช พัทยา ในเวลา 18.00 น.โดยจะแถลงผลการประชุมอย่างเป็นทางการในวันพรุ่งนี้ (19 มิ.ย.) ที่กระทรวงศึกษาธิการ (ศธ.)

Go to top