13 ก.ย.59 นายนิพนธ์ ภักดีแก้ว ผู้อำนวยการโรงเรียนโชคชัยสามัคคี (ชส.) โรงเรียนมัธยมขนาดใหญ่พิเศษ ประจำ อ.โชคชัย จ.นครราชสีมา สังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษา เขต31(สพม.31) นครราชสีมา

เปิดเผยชี้แจงข้อเท็จจริงกรณีนางสาวนฤดี จอดสันเทียะ นักเรียนชั้น ม.5/10 รร.ชส. ได้โพสต์ข้อความพร้อมภาพถ่ายในเพจ “กลุ่มข่าวคนโคราชบ้านเอ็ง” โดยระบุขอความเป็นธรรมว่า ตนเป็นผู้เสียหายถูกนายไพฑูรย์ แกลงกระโทก อาจารย์ชำนาญการพิเศษ กลุ่มวิชาสุขศึกษาและพละศึกษา ไม่พอใจที่ตนและเพื่อนขัดคำสั่ง จึงปาแก้วกาแฟใส่บริเวณกกหูซ้าย ทำให้กล้ามเนื้อบวมทับเส้นประสาทคู่ที่7 ส่งผลให้ใบหน้าผิดรูป ปากเบี้ยว เหตุเกิดเมื่อวันที่ 8 สิงหาคมที่ผ่านมา (อ่านข่าว : นร.ร้องถูกครูปาแก้วกาแฟใส่ทำปากเบี้ยว-หน้าผิดรูป)

pa keaw

แม้จะรักษาอาการบาดเจ็บกับแพทย์เฉพาะทางประจำโรงพยาบาลชื่อดัง ทั้งของรัฐและเอกชน แต่อาการก็ไม่ดีขึ้น และเส้นประสาทตาเริ่มเสื่อมสภาพลงอีก หลังเกิดเหตุเป็นเวลาร่วม 1 เดือน จนถึงขณะนี้ครูผู้ก่อเหตุไม่เคยโทรศัพท์มอบถามข่าวเลย

นายนิพนธ์ กล่าวว่า ในฐานะผู้บังคับบัญชานายไพฑูรย์ กล่าวถึงข้อความที่ถูกโพสต์ลงในกลุ่มเพจว่า มีทั้งจริงและไม่จริง โดยส่วนใหญ่จะคลาดเคลื่อน หลังเกิดเหตุตนและบุคลากรทางการศึกษามิได้นิ่งเฉย เอาใจใส่สอบถามสารทุกข์สุขดิบมาตลอด จากการสอบถามพยานที่เกี่ยวข้อง ระบุนายไพฑูรย์ได้ปาแก้วพลาสติกจริง โดยมีเจตนาต้องการให้นางสาวนฤดี และเพื่อนๆ ที่กำลังเล่นส่งเสียงดังอยู่หลังห้องเรียนให้หยุดพูดคุย ให้ความสนใจสิ่งที่เป็นสาระ เขายืนยันปาแก้วใส่ฝาผนังห้อง แต่แก้วกระเด็นมาถูกใบหน้าลูกศิษย์ เบื้องต้นไม่มีบาดแผลแต่อย่างใด จนกระทั่งวันรุ่งขึ้นมีอาการผิดปกติ ทางโรงเรียนจึงจัดรถนำส่งไปรักษาที่โรงพยาบาลประจำอำเภอ แต่อาการไม่ดีขึ้นก็ย้ายไปรักษาที่รพ.มหาราช นครราชสีมา ซึ่งมีเครื่องมือและแพทย์เฉพาะทาง เมื่อถึงเวลานัดก็นำไปพบแพทย์ รวม 6 ครั้ง

ต่อมาครอบครัว ได้แจ้งจะขอเดินทางไปพบแพทย์เองและต้องการย้ายไปรักษาที่โรงพยาบาลเซนต์เมรี่ ซึ่งเป็นโรงพยาบาลเอกชนชื่อดัง เสนอขอค่ายานพาหนะ 1 พันบาท และค่าใช้จ่ายอื่นๆ 1 พันบาท นายไพฑูรย์ คู่กรณี ก็มิได้ปฏิเสธ ได้ดำเนินการตามที่ร้องขอ นอกจากนี้ค่ายาและค่าปรึกษาแพทย์ซึ่งเป็นส่วนเกินที่ไม่สามารถใช้สิทธิเบิกได้ เราได้รับผิดชอบเป็นจำนวนเงินประมาณ 8 พันบาท รวมทั้งตลอดเวลาที่ลูกศิษย์รักษาอาการบาดเจ็บ ตนพร้อมครูได้นำกระเช้าของขวัญไปเยี่ยมด้วย

ล่าสุดเมื่อช่วงเย็นวันที่ 12 ก.ย.ที่ผ่านมา ทางครอบครัวนางสาวนฤดี ได้นัดเจรจาตกลงกับนายไพฑูรย์ ที่สภ.โชคชัย อ.โชคชัย จ.นครราชสีมา ต่อหน้าพนักงานสอบสวน โดยร้องขอเงินเป็นค่ารักษาพยาบาลและค่าทำขวัญรวม 3 แสนบาท แต่นายไพฑูรย์ สามารถจ่ายให้ได้ไม่เกิน 1 แสนบาท จึงตกลงกันไม่ได้ ครอบครัวผู้เสียหายจึงแจ้งความร้องทุกข์กล่าวโทษนายไพฑูรย์ เป็นผู้ทำร้ายร่างกายเป็นเหตุได้รับบาดเจ็บสาหัส ซึ่งพนักงานสอบสวนได้ดำเนินตามที่ต้องการ อยู่ระหว่างรวบรวมพยานหลักฐานเพิ่มเติมพร้อมสอบปากคำพยาน เพื่อแจ้งข้อกล่าวหา อย่างไรก็ตาม การดำเนินการลงโทษทางวินัย ฐานกระทำเกินกว่าเหตุเป็นเหตุให้นักเรียนบาดเจ็บ สพม.31 จ.นครราชสีมา ได้ออกคำสั่งตั้งกรรมการสอบสวนข้อเท็จจริง อยู่ระหว่างแสวงหาข้อมูล ส่วนการกล่าวหาโรงเรียนไม่รับผิดชอบ ขอยืนยันไม่เป็นความจริง เราได้ช่วยเหลือเยียวยาตามที่ร้องขอมาตลอด จึงขอความเป็นธรรมด้วย

pa keaw2

นักเรียนหญิงโร่ร้อง ‘ปวีณา’ ถูกครูขว้างแก้วกาแฟใส่หน้าจนปากเบี้ยว

เมื่อเวลา 14.00 น.วันนี้(13 ก.ย.59) นางสาวนฤดี (สงวนนามสกุล) อายุ 17 ปี นักเรียนชั้น ม.5 โรงเรียนโชคชัยสามัคคี ต.โชคชัย อ.โชคชัย จ.นครราชสีมา พร้อมด้วยนางปราณีย์(มารดา) และญาติๆ ได้เดินทางมาที่มูลนิธิปวีณาเพื่อเด็กและสตรี ถนนรังสิต-นครนายก คลอง 7 ม.2 ต.ลำผักกูด อ.ธัญบุรี จ.ปทุมธานีเพื่อร้องขอความเป็นธรรม กรณีถูกครูพละศึกษาขว้างแก้วกาแฟเซรามิคใส่หน้าจนเสียโฉมปากเบี้ยว

ด้านนางสาวนฤดี (สงวนนามสกุล) เล่าว่า เมื่อวันที่ 8 ส.ค.ที่ผ่านมา ขณะที่ตนเรียนพละวิชาตะกร้อ และครูไพฑูรย์ แกลงกระโทก ครูพละได้ให้นั่งต่อแถวอยู่และเวลา 09.00 น.ได้มีแดดส่องมาที่ตนนั่งอยู่ตนพร้อมเพื่อน ๆ จึงลุกขึ้นเพื่อหลบแดด และครูไพฑูรย์ซึ่งอยู่ในห้องมองผ่านกระจกออกมาเห็นพวกตนยืนอยู่เหมือนกับขัดคำสั่ง ได้เดินออกมาและหยิบแก้วกาแฟเซรามิคที่อยู่บนโต๊ะขว้างมาถูกตนเองที่กกหูด้านซ้าย ซึ่งเวลานั้นตนเองรู้สึกเจ็บแต่ก็คิดว่าคงไม่เป็นอะไรมาก และยังมาด่าว่าพวกมึงจะยืนกันทำไม ขัดคำสั่งเหรอ มึงรู้ไหมกูกะจะปาให้หัวมึงแตกเลย จากนั้นตนก็เรียนตามปกติ จนเช้าวันที่ 9 ส.ค.59 ตนรู้สึกเจ็บมากขึ้น จึงได้ไปหาหมอที่โรงพยาบาลประจำอำเภอ ซึ่งแพทย์บอกว่ากล้ามเนื้อบวมทับเส้นประสาทโดยไม่รู้ว่าจะหนักมาแค่ไหน จึงส่งตัวของตนไปที่โรงพยาบาลมหาราช จ.นครราชสีมา เพื่อเอ็กซเรย์ดูว่ากระดูกแตกไหม ก็ไม่แตก หลังจากนั้นตนจึงได้ไปรักษาต่อที่โรงพยาบาลเอกชน ซึ่งทางโรงพยาบาลเอกชนบอกว่าต้องผ่าตัดและค่ารักษาประมาณ 3-4 แสนบาท และมีการพูดคุยตกลงเรื่องค่าใช้จ่ายค่ารักษากันกับทางโรงเรียน โดยโรงเรียนบอกว่าจะให้แค่ 8 หมื่นบาท ซึ่งตนเองคิดว่าไม่พอ และทุกวันนี้ยังไม่ได้เงินจากทางโรงเรียนเลย นอกจากนี้ครูไพฑูรย์ ครูพละก็ยังไปสอนนักเรียนตามปกติ เหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น โดยตนได้ไปแจ้งความกับทางสถานีตำรวจภูธรโชคชัยแล้ว แต่คดีก็ยังไม่คืบ

ขอขอบคุรข่าวจาก : http://www.komchadluek.net/news/regional/242080

Go to top