แอบส่องดูพริ๊ตตี้อาหมวยของเมืองจีน-เกาหลี หรือเมืองไทยก็ตาม เกือบทุกท่านมักจะมองว่าอาชีพนี้สบาย แต่งตัวสวย นั่งๆยืนๆ ก็ได้ตังวันละหลายบาทแล้ว จริงๆ แล้ว มีพริตตี้หลายคนมาจ่มให้ฟังว่า 

มันทั้งเมื่อย ทั้งเหนื่อยเอาการ ตื่นเช้า กว่าจะแต่งตัวเสร็จ ฯลฯ ที่สำคัญ ทุกวันนี้ยิ่งต้องแต่งตัวโป๊ขึ้นทุกวันๆ จนจากที่เห็นแค่ร่องนม ตอนนี้เห็นจะถึงสะดือแล้วคร้าบท่านผู้ชม ตรงไหนไม่ขาว ก็เอาสเปรย์อะไรสักอย่างมาฉีดๆๆๆ ให้มันเนียนๆขาวๆ โอโม่เข้าไว้  ... แถมทุกวันนี้เด็กรุ่นใหม่ๆเกิดขึ้นมากมาย การแข่งขันสูง หางานยากขึ้นมากเลยค่าาาาา .... ส่องดูละกัน ว่าเบื้องหลังภาพที่เราเห็นจากภาพถ่ายงามๆของตากล้องสายพริตตี้ถ่ายๆกันนั้น ยังคงมีอีกมุมนึงที่ ... โอย กุเมื่อยแทนเด๊

แต่อีกด้านที่ลึกลงไปกว่านั้น หลายคนอาจไม่รู้ว่า อาชีพนี้ต้องเจอกับอะไรบ้าง มีอุปสรรคให้ฝ่าฟันมากมายขนาดไหน นี่คือการเปิดใจ "พริตตี้ตัวแม่" ในมุมที่คุณอาจคิดไม่ถึง 
       เริ่มกันที่ ประแป้ง ประณยา เปลี่ยนกิม พริตตี้วัย 30 ดีกรีเกียรตินิยมอันดับ 1 เปิดประเด็น "โรคจิต" ที่แม้จะเป็นเรื่องธรรมดาสำหรับการทำงานพริตตี้ แต่ 7 ปีของการทำงาน ไม่มีครั้งไหนจะเจอหนักสุดเท่ากับการมีผู้ชายมายืนถ่ายรูป และช่วยเหลือตัวเองอยู่ตรงหน้า
       "อุปสรรคแรกของงานพริตตี้คือโรคจิตค่ะ หลายคนอาจไม่รู้ เห็นมายืนยิ้มสวยๆ แต่พวกเราต้องยืนยิ้มให้กับคนที่จ้องจะมองนมเราอย่างเดียว หรือบางครั้งเห็นกล้องซูมมาเกือบจะแตะนมเราอยู่แล้ว ที่หนักกว่านั้นคือ มือซ้ายถือกล้องเพื่อถ่ายรูปเรา ในขณะที่มือขวาล้วงกระเป๋าแล้วชักว่าวตามก็มี ซึ่งตอนนั้นก็ได้แค่ยิ้ม และทำเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น นี่คือสิ่งที่หนักสำหรับแป้งนะ ถ้าคนที่ไม่มีความอดทนพอ ไม่มีความรับผิดชอบพอ แป้งว่าทำอาชีพนี้ไม่ได้ ลองคิดดูสิ มีคนมาชักว่าวต่อหน้าเรา แล้วเป็นใครก็ไม่รู้ ถ้าไม่ได้อยู่ในเวลาทำงาน แป้งคงกระทืบคอหอยไปแล้ว หรือถีบได้ถีบไปแล้วค่ะ แต่เอาเข้าจริงก็ทำอะไรไม่ได้หรอกค่ะ มากสุดก็แค่เดินหนี เพราะต้องอย่าลืมว่าเราเป็นแบรนด์สินค้า" ประแป้งเล่า
       
        กระนั้น เธอยอมรับว่า การแต่งชุดเซ็กซี่เป็นตัวล่อตะเข้ให้เข้ามาหา แต่ด้วยหน้าที่การงาน และการแข่งขันที่สูง ความเซ็กซี่กลายเป็นจุดขาย และได้รับความสนใจจากตลาด ดังนั้นถ้าจะมอง อยากให้มองและแสดงพฤติกรรมแบบให้เกียรติในความเป็นมนุษย์กันด้วย
       
        "ไม่เถียงค่ะว่าเราทำงานแต่งตัวโป๊ โพสท่าเซ็กซี่ ซึ่งคนก็ต้องมองเป็นธรรมดา แต่การมองมันมีหลายแบบ มองแบบให้เกียรติความเป็นคนกับมองแบบดูถูก มันต่างกันนะ จริงๆ คนเราก็เลือกได้ว่าจะมองด้วยความชื่นชมหรือดูถูก ถูกค่ะ พวกเราอาจแต่งตัวโป๊ ชูความเซ็กซี่ให้พวกคุณมอง แต่พวกเราไม่ได้ต้องการให้พวกคุณมาดูถูก หรือแสดงพฤติกรรมหื่นๆ ใส่แบบนี้ และการที่พวกเราแต่งตัวเซ็กซี่ก็ไม่ได้หมายความว่า ค่าความเป็นคนของพวกเราจะลดน้อยถอยลงไป" เธอขยายความก่อนจะให้ความเห็นส่วนตัวเกี่ยวกับอาชีพพริตตี้ว่า
       
        "อาชีพพริตตี้เป็นอาชีพที่มีค่ามาก (ลากเสียงยาว) ถึงอาชีพนี้จะกลายเป็นค่านิยมแต่งโป๊ นมโต แต่ไม่มีสมอง แค่คุณรู้ไหมว่า กว่าพริตตี้จะได้มายืนพูด ต้องผ่านการแข่งขันมาเท่าไร บางครั้งต้องผ่านการแข่งขันมาไม่ต่ำกว่า 300 คน ถ้าไม่มีความสามารถ ไม่เหมาะสม หรือไม่โดดเด่นจริง มายืนอยู่ตรงนี้ไม่ได้นะคะ 
       
        นอกจากนี้ พริตตี้ ยังเป็นอาชีพที่ต้องพัฒนาตัวเองอยู่ตลอด วันนี้ต้องพูด และรู้จักกับสินค้าตัวนี้ประหนึ่งว่าตัวเองใช้มาแล้วเกือบ 30 ปี วันรุ่งขึ้นต้องเข้าใจสินค้าตัวใหม่ ต้องไปพูดเหมือนว่าตัวเองรู้จักมันดี เพราะฉะนั้นถ้าไม่มีสมอง อยู่ไม่ได้ ซึ่งสมองเป็นสิ่งเดียวที่ศัลยกรรมไม่ได้ ดังนั้นคิดจะเป็นพริตตี้ต้องเติมเต็มในเรื่องของความรู้รอบตัวให้มากที่สุด ไม่ว่าจะเรื่องภาษา วิธีเอาตัวรอดอย่างชาญฉลาดที่ไม่ใช่ตามอีโก้ตัวเอง และที่สำคัญ ทำอย่างไรก็ได้ให้แบรนด์ยังคงดีอยู่ แต่เราเอาตัวรอดได้ พูดเลย ถ้ารักไม่จริง อยู่ไม่ได้ และไม่ใช่ใครก็ทำได้ด้วย
       
        ส่วนตัวถามว่าถ้าเลือกได้จะมาเป็นพริตตี้ไหม เอาจริงๆ นะ งานนี้มันเป็นโอกาสของชีวิตนะ จะมีสักกี่อาชีพที่ทำให้คุณได้เจอกับเจ้าของผลิตภัณฑ์จริงๆ หรือได้มีโอกาสนำเสนอตัวเองให้คนเห็นได้เยอะขนาดนี้เพื่อที่จะก้าวไปถึงอีกจุดๆ หนึ่งที่สูงต่อไปเรื่อยๆ แป้งว่าอาชีพนี้ข้อดีคือโอกาส มันอยู่ที่คนทำมากกว่าว่าจะทำให้อาชีพนี้ตกต่ำหรือสูงขึ้น"
       
        จบที่คำถาม "คิดอย่างไร ถ้าโลกนี้ไม่มีพริตตี้" เธอตอบคำถามนี้ไว้อย่างน่าสนใจ และนี่คือคำตอบของเธอ
       
        "ถ้าในโลกนี้ไม่มีพริตตี้มันก็เหมือนกับโลกนี้ไม่มีดอกไม้อ่ะค่ะ ถ้าเป็นเช่นนี้ แล้วคุณจะมองอะไรล่ะ พริตตี้เป็นสีสันของงานอีเวนต์ทุกอีเวนต์นะ เพราะเป็นคนดึงดูดให้คนสนใจสินค้า ถ้าขาดพริตตี้ไปเหมือนคนกินข้าวแล้วไม่ใส่น้ำปลา ไม่มีเธอก็เหมือนไม่มีเครื่องปรุง แล้วอีกอย่าง ผลิตภัณฑ์เกือบทุกอย่างในสมัยนี้ ลูกค้าเขาฉลาดค่ะ ข้อมูลสินค้าทุกอย่างเขาหาได้ อินเทอร์เน็ตมันกว้างไกลขนาดนั้น แต่สิ่งเดียวที่ต่างกันคือการบริการ ทุกวันนี้มันอยู่ที่ว่าบริการของใครน่าสนใจกว่ากัน เวลาคนซื้อเขาดูที่การบริการนะ ถ้าบริการไม่ดี เขาก็ไม่เอา"
         ด้าน บีบี๋ กฤตชกร ศิริสิทธิ์ อายุ 31 ปี พริตตี้ เอ็มซี และนางแบบ เธอพูดในประเด็นการปรับตัวของพริตตี้ในยุคที่มีแค่ความสวย อกโตอย่างเดียวไม่พออีกต่อไปแล้ว
เครดิตบทความส่วนนี้จาก : http://www.manager.co.th/QOL/ViewNews.aspx?NewsID=9560000151936 : ผู้จัดการออนไลน์ เว็บที่ปกป้องประเทศไทยเราเสมอมา
 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

carg7bluetooth

Go to top