korat_fashion

 สิ-พิชญ์สินี ตันวิบูลย์ คือนางแบบสาวที่ประเดิมขึ้นปกโว้กประเทศไทยเล่มแรก เธอเล่าที่มาที่ไปบนถนนสายแฟชั่นกับ www.vogue.co.th ว่า

สมัยเป็นเด็กนักเรียนโรงเรียนจิตรลดา เพื่อนๆ เรียกเธอว่า "โย่ง" เป็นเด็กสาวที่ไม่เคยสนเรื่องความสวยความงามแม้แต่น้อย ส้นสูงก็ไม่เคยใส่



"เป็นนางแบบทุกวันนี้ได้ก็เพราะพระองค์หญิงฯ"
สิเล่าต่อ

"เคยเป็นพระสหายร่วมชั้นตั้งแต่ ป.4 ที่โรงเรียนจิตรลดา ไม่เคยสนใจเรื่องพวกนี้เลยแต่พระองค์หญิงฯ เห็นแววก็เลยโดนบังคับให้เดินแบบในปี 2005 พระองค์หญิงฯพาไปแนะนำกับพี่เป็ด (อภิชาติ นรเศรษฐาภรณ์) ซึ่งเป็นช่างแต่งหน้า"




พระองค์หญิงฯรับสั่งว่า "พาเพื่อนเราไปทำงานหน่อยสิ สูงมากเลยแต่หลังค่อม" พี่เป็ดก็เลยจัดการ ให้ไปเจอกับพี่ต้อย นาการ่า ครั้งแรกก็ถ่ายกับพี่สัญชัย สำหรับหนังสือดิฉัน ถ่ายกับพี่เปิ้ล วสันต์ ผึ่งประเสิรฐ จำได้เลยว่าใส่รองเท้าส้นสูงครั้งแรกสั่นมาก ประหม่า น่ากลัวมากเลย รู้สึกว่ามันไม่ใช่ตัวเรา แล้วโดนแต่งหน้าครั้งแรก พี่เป็ดเป็นคนแต่ง พี่โอ ทูนธรรม ชาญชลสมุทร ทำผมให้ เป็นรุ่นใหญ่หมดเลย กลัว แต่ตอนนั้นเราไม่รู้จัก ทุกอย่างผ่านไปได้ด้วยดี ยืนบนส้นสูงไม่ได้ โพสไม่เป็น พี่สัญชัยก็จัดการ ยืนท่าเดียวก็ถ่ายไป เป่าลมกันไป ช่วยเข็นกันสุดฤทธิ์





แล้วการเข้าสู่รันเวย์นางแบบอย่างจริงจังครั้งแรกของสิก็เริ่มขึ้นที่งานกรุงเทพฯเมืองแฟชั่น



สิร่วมเดินให้พระเจ้าหลานเธอพระองค์เจ้าสิริวัณณวรีนารีรัตน์ "ซึ่งน่ากลัวมากอีกแล้ว มีแต่รุ่นใหญ่ แล้วเราเป็นเด็ก เดินไม่เป็นด้วย โดนบังคับให้ใส่ส้นสูง รู้สึกไม่ใช่ ไม่มั่นใจ แต่ไม่เป็นไรก็ต้องเดินให้ได้ ไม่งั้นอายเขา คนก็เยอะ เวทีก็ใหญ่ เป็นครั้งแรกเลยที่ตั้งใจฝึกเดินบนส้นสูงจริงๆ ฝึกทุกวันประมาณ 1-2 อาทิตย์ที่บ้าน ตอนนั้นมีพี่โยกับพี่ซินดี้ช่วยเทรนด์ใหด้วย ตื่นเต้น ตัวสั่น ตอนนั้นอยู่ม.6 ยังใส่ชุดนักเรียนมาทำงานอยู่เลย ทุกคนก็มองแบบเด็กคนนี้ใคร มาเดินได้อย่างไร คนก็คิดว่าเราเป็นเด็กเส้น"









จุดพลิกผันสู่ปารีสแฟชั่นวีค

"ปี 2007 พระองค์หญิงฯออกคอลเล็กชั่นไปปารีส โดยทรงเลือกนางแบบจากประเทศไทยไป 5 คนและหนึ่งในนั้นก็มีสิ พระองค์หญิงฯแนะนำให้ติดพอร์ตฯไปด้วย โชคดีมีโอกาสได้เจอ CEO ของ Balmain เขาแนะนำให้สิวอล์กอินเข้าไปที่ ELITE ซึ่งเป็นเอเจนซี่ที่มีชื่อเสียงและอยู่ใกล้กับโรงแรมที่พัก เข้าไปพูดคุยแล้วเขาก็รับเลย ตอนนั้นนางแบบเอเชียน้อยมาก เขาเองก็บอกเราว่าอาจจะไม่มีงานเยอะนะ แต่ถ้าอยากลองก็เซ็นสัญญาได้ หลังจากนั้นเราก็กลับเมืองไทยมาศึกษาต่อจนจบแล้วกลับไปลุยที่ฝรั่งเศสอีกครั้ง จนได้เดินโชว์ใหญ่ๆ บางโชว์ก็จะได้เดินทุกคอลเล็กชั่น เช่นของ Vivienne Westwood"






กระทั่งได้ขึ้นปกโว้ก

"พอรู้แน่ๆ ก็บอกพระองค์หญิง (พระเจ้าหลานเธอพระองค์เจ้าสิริวัณณวรีนารีรัตน์) เพราะทรงผลักดันให้เราก้าวเข้าสู่วงการนางแบบ ตอนแรกรู้สึกกลัวว่าจะไม่ได้มากๆ เพราะการเลือกนางแบบของโว้กค่อนข้างพิถีพิถัน การคัดเลือกมีหลายขั้นตอน นอกจากทีมงานของโว้กประเทศไทยจะเห็นด้วยแล้ว ยังต้องผ่านความเห็นชอบจากทีมโว้กเอเชียแปซิฟิกที่ประกอบไปด้วย Nancy Pilcher-Editorial Director at Large Asia Pacific และ Kathy Phillips-International Beauty Director Condenast Asia Pacific อีกด้วย วันที่รู้ว่าจะได้ถ่ายก็ยังไม่มั่นใจ ยังกลัวว่าอาจจะไม่ใช่นะ จนถึงวันที่ทำวีซ่าออกตั๋วเครื่องบินนั่นแหละคือวันที่มั่นใจว่าฉันได้ถ่ายแน่"



จากฉายา "โย่ง" ที่เพื่อนๆ ตลอดจนคุณครูที่โรงเรียนจิตรลดาเรียกล้อเล่นกัน คงไม่มีใครคิดว่าโย่งของเพื่อนๆ มาวันนี้จะหันมายีดอาชีพนางแบบจนได้เข้าร่วมแฟชั่นวีคกับหลายแบรนด์ดัง อาทิ Louis Vuitton, Jean Paul Gautier หรือ Vivienne Westwood เป็นต้น




กุลวิทย์ เลาสุขศรี บรรณาธิการบริหาร เผยถึงสาเหตุที่ต้องเป็นสิ

"ต้องการเซเลเบรตความเป็นไทยสำหรับโว้กประเทศไทยเล่มแรก คิดว่าอย่างไรก็ต้องคนไทย เคยได้ร่วมแชร์วินาทีสำคัญกับสิหลายครั้ง นับตั้งแต่เห็นสิเดินแฟชั่นโชว์ครั้งแรกของพระองค์หญิงสิริวัณวรีฯ ก็เห็นแววว่าเด็กคนนี้คงไปได้ไกล จนถึงวันที่สิได้เดินแฟชั่นโชว์ของ Louis Vuitton ในคอลเล็กชั่น Spring Summer 2011 ก็นั่งดูอยู่ข้างรันเวย์ รู้สีกภาคภูมิใจที่นางแบบไทยได้เดินแฟชั่นโชว์ใหญ่ที่ปารีสแฟชั่นวีก ซึ่งในสมัยนั้นนางแบบเอเชียยังไม่เป็นที่นิยม น้อยมากที่จะได้เห็นบนรันเวย์"

ที่มา:
www.vogue.co.th

 

carg7bluetooth

Go to top