ถ้าหากบอกว่าจะชวนไปชิมอาหารอีสานแซบๆ หลายคนต้องคิดว่าร้านที่ว่านั้นจะต้องเป็นร้านเล็กๆ ริมถนน

 “เลอ อีสาน” แซบนัว ถึงใจ สไตล์อีสาน

ด้านหน้าร้านเลอ อีสาน

     หรืออะไรทำนองนั้น แต่ “ตระเวนกิน” ขอบอกเลยว่า ถึงแม้ว่าร้านที่จะชวนไปนี้จะตกแต่งสวยงามมีสไตล์ เป็นร้านใหญ่ที่นั่งชิลล์ๆ กันได้ แต่ร้านนี้ก็ขายอาหารอีสานแซบๆ ให้เราได้ชิมกัน

 “เลอ อีสาน” แซบนัว ถึงใจ สไตล์อีสาน

ที่นั่งด้านในสไตล์โมเดิร์น

     ร้านนี้มีชื่อว่า “เลอ อีสาน” (Le Isaan) ตั้งอยู่ในซอยสวนพลู 8 คุณเล็ก สุภัสชัย อวิรุทธพาณิชย์ เจ้าของร้าน ตั้งคอนเซปต์ของร้านเอาไว้ว่าให้เป็นอาหารอีสานแบบอินเตอร์ อยู่ในร้านสวยแต่รสชาติแบบออริจินัล ซึ่งอาหารในร้านนี้จะนำเสนออาหารไทย-อีสานรสชาติแท้ๆ แล้วก็ยังมีอาหารฝรั่งเศสมาให้ชิมอีกเล็กน้อย

     ในส่วนของร้านนั้นแบ่งออกเป็นโซนระเบียงให้นั่งรับลมสบายๆ ด้านในร้านก็มีห้องแอร์ในบ้านทรงไทยหลังคาโปร่งตกแต่งสไตล์โมเดิร์น ส่วนด้านหลังร้านเป็นที่นั่งในสวนเล็กๆ เหมาะกับคนที่ต้องการมุมสงบๆ

 “เลอ อีสาน” แซบนัว ถึงใจ สไตล์อีสาน

มุมสงบในสวน

     อาหารของที่นี่เป็นสไตล์โฮมเมดที่ต้องคัดเลือกวัตถุดิบคุณภาพ ผ่านการปรุงสดๆ ใหม่ๆ อย่างเมนูแรกนี้ก็เป็น ของว่างรวม (350 บาท+) เมนูนี้มีส้มตำไทยเสิร์ฟมาให้ชิมพร้อมกับเครื่องเคียงอื่นๆ ได้แก่ ไก่สะเต๊ะ ที่ใช้เนื้ออกไก่หมักกับเครื่องสะเต๊ะแล้วนำไปย่าง เนื้อแดดเดียว ก็จะใช้เนื้อวัวส่วนสะโพกหั่นแล้วหมักกับน้ำสับปะรดให้นุ่ม ใส่เกลือ ซีอิ๊วขาว น้ำตาลปี๊บ รากผักชี และพริกไทยดำ หมักสักครู่แล้วนำไปตากแดดให้แห้งก่อนจะนำมาทอด ซึ่งลูกค้าสามารถเลือกเป็นหมูแดดเดียวก็ได้ แล้วก็ยังมีกุ้งเทมปุระ และไก่จ้อ ส้มตำไทยรสชาติจัดจ้าน สามารถเลือกระดับความเผ็ดได้ กินกับไก่สะเต๊ะเนื้อนุ่มหอม เนื้อแดดเดียวเคี้ยวเพลินไม่มัน กุ้งเทมปุระกรอบๆ และไก่จ้อนุ่มแน่น

 “เลอ อีสาน” แซบนัว ถึงใจ สไตล์อีสาน

ของว่างรวม

     ตามมาด้วยเมนูประยุกต์ ส้มตำแซลมอน (220 บาท+) ตัวส้มตำนั้นสามารถเลือกได้ว่าจะเป็น้สมตำไทย ส้มตำปู ตำปลาร้า หรือตำป่า แต่ละอย่างก็จะตำมาแบบรสชาติจัดจ้านถึงใจ เสิร์ฟคู่กับปลาแซลมอนที่หมักเครื่องปรุงก่อนจะนำไปกริลล์ให้สุก เสิร์ฟร้อนๆ ปลาเนื้อแน่น เข้ากันกับส้มตำรสจัดจ้านเป็นอย่างดี

 “เลอ อีสาน” แซบนัว ถึงใจ สไตล์อีสาน

ส้มตำแซลมอน

     ส่วนเมนูนี้ ปลาร้าสับ (200 บาท+) ก็เลือกใช้ปลาร้าปลากระดี่ที่เลือกมาอย่างดี นำปลาร้ามาสับให้ละเอียด ปรุงผสมกับข่า ตะไคร้ ใบมะหรูด พริก สับละเอียด นำมาผัดให้สุก เสิร์ฟพร้อมกับผักต้มและผักสดนานาชนิด ปลาร้าสับถ้วยนี้รสชาติปลาร้าเข้มข้น หอมเครื่องสมุนไพรที่ผสมกันอยู่ในเนื้อ กินคู่กับผักนานาชนิดๆ กับข้าวสวยร้อนๆ หรือข้าวเหนียวนุ่มๆ อร่อยฟินสุดๆ

 “เลอ อีสาน” แซบนัว ถึงใจ สไตล์อีสาน

ปลาร้าสับ

     หันมาชิมกับข้าวไทยๆ แกงเขียวหวานเนื้อ (200 บาท+) ที่มีจุดเด่นคือรสชาติที่จัดจ้านแบบไทยแท้แต่ไม่หวาน ตัวเครื่องแกงเขียวหวานนั้นทางร้านโขลกเอง เนื้อที่ใส่ก็ใช้เนื้อวัวส่วนสันในนำไปรวนกับเครื่องแกงจนสุก ใส่กะทิคั้นสด ปรุงรสแล้วใส่ผักต่างๆ ทั้งมะเขือพวง มะเขือเปราะ ใบมะกรูด และใบโหระพา ที่ล้างทำความสะอาดอย่างดี แกงเขียวหวานรสเข้มข้นจัดจ้าน หอมมันกะทิแท้ๆ เนื้อวัวก็นุ่มลิ้น หอมเครื่องแกงเข้าเนื้อ แต่ถ้าใครไม่กินเนื้อสามารถเปลี่ยนเป็น แกงเขียวหวานหมู/ไก่ (200 บาท+) หรือ แกงเขียวหวานทะเล (250 บาท+) ก็ได้

 “เลอ อีสาน” แซบนัว ถึงใจ สไตล์อีสาน

แกงเขียวหวานเนื้อ

     จากนั้นก็เปลี่ยนไสตล์มากิน สเต๊กซี่โครงแกะกับซอสไวน์แดง (800 บาท+) จานนี้เลือกใช้ซี่โครงแกะจากนิวซีแลนด์มาหรือออสเตรเลีย นำมาหมักกับโอลีฟออยล์ เกลือ พริกไทย โรสแมรี่ จากนั้นจึงนำมากริลล์ให้สุก ส่วนน้ำเกรวี่นั้นใช้เนื้อแกะนำมาตุ๋นกับไวน์แดงแล้วใส่สมุนไพรให้หอมๆ เสิร์ฟเคียงกับผักสลัดและมันบด เนื้อซี่โครงแกะนุ่มกำลังดี น้ำเกรวี่ก็หอมละมุน กินแล้วนุ่มปาก

     นอกจากเมนูที่ว่ามาแล้ว ร้านนี้ก็ยังมีของอร่อยให้ชิมอีกหลากหลาย อาทิ ลาบทอด (180 บาท+) ผัดไทยเต้าหู้ (150 บาท+) แกงอ่อม (180 บาท+) เครป (150 บาท+) แล้วก็ยังมีอาหารมังสวิรัติให้บริการด้วย

     ใครที่สนใจอยากลองชิมอาหารอีสานรสชาติจัดจ้านแบบดั้งเดิม แต่อยากนั่งในร้านสวยๆ นั่งสบายด้วย ที่ “เลอ อีสาน” แห่งนี้ สามารถตอบโจทย์ได้ครบทุกข้อเลยทีเดียว

 “เลอ อีสาน” แซบนัว ถึงใจ สไตล์อีสาน

สเต๊กซี่โครงแกะกับซอสไวน์แดง

* * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * *

ร้าน “เลอ อีสาน” ตั้งอยู่ที่ 459/61 สวนพลู ซอย 8 แขวงทุ่งมหาเมฆ เขตสาทร กทม. การเดินทางจากถนนสาทร เลี้ยวเข้ามาที่ซอยสวนพลู ตรงมาเรื่อยๆ จนถึงสวนพลู ซอย 8 ให้เลี้ยวซ้ายเข้าซอย ตรงมาอีกเล็กน้อย จะเห็นร้านตั้งอยู่ทางขวามือ ร้านเปิดทุกวัน เวลา 08.00-24.00 น. โทร. 0-2003-4023, 08-9213-0169 www.facebook.com/leisaan

* * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * *

ขอขอบคุณบทความจาก : http://manager.co.th/Food/ViewNews.aspx?NewsID=9590000022151

Go to top