ดาวไม่ได้ใช้งานดาวไม่ได้ใช้งานดาวไม่ได้ใช้งานดาวไม่ได้ใช้งานดาวไม่ได้ใช้งาน
 

i  สิ้นสุดการรอคอยของแฟนแอปเปิลทั่ว โลก โดยช่วงเช้าของวันที่ 12 กันยายน ที่ศูนย์แสดงศิลปะเยอร์บาบูเอนา เซ็นเตอร์ นครซานฟรานซิสโก รัฐแคลิฟอร์เนียของสหรัฐฯ ตั้งแต่เวลา 10.00 น. (เที่ยงคืนตามเวลาในประเทศไทย)

  แอปเปิลได้เปิดตัว iPhone 5 หรือ ไอโฟน 5 อย่างเป็นทางการแล้ว ซึ่งการเปิดตัว iPhone 5 ได้สร้างความตื่นเต้นให้กับแฟน ๆ แอปเปิลมากมาย แต่ในขณะเดียวกันก็สร้างความผิดหวังให้กับแฟนแอปเปิลหลาย ๆ คน เพราะรูปร่างหน้าตาของ iPhone 5 รวมไปถึงสเปค มีหลายส่วนที่ตรงกับภาพหลุดและข่าวลือที่ออกมาก่อนหน้านี้ จึงทำให้หลายคนไม่ค่อยจะเซอร์ไพรส์กับการเปิดตัว iPhone 5 ครั้งนี้สักเท่าไรนัก











i
i
i
สำหรับความโดดเด่นของ iPhone 5 นั้น มาพร้อมกับการดีไซน์ตัวเครื่องแบบใหม่ มีความบางของตัวเครื่องเพียง 7.6 มิลลิเมตร (บางกว่า iPhone 4S ถึง 18%) และมีน้ำหนักเพียง 112 กรัม ทำให้เบากว่าเดิมถึง 20% ส่วนตัวเครื่องทำจากอะลูมิเนียมแบบยูนิบอดี้และกระจก ส่วนหน้าจอแบบ Retina Display ขนาด 4 นิ้ว ความละเอียด 1136x640 พิกเซล 326PPI (ค่า PPI เท่ากับ iPhone 4S) ส่งผลให้ iPhone 5 มีขนาดตัวเครื่องที่ยาวขึ้นกว่าเดิม ด้านสเปคอื่น ๆ มีอะไรน่าสนใจอีกบ้างมาติดตามกันเลยครับ

i550


สเปคเบื้องต้นของ iPhone 5

ใช้ระบบปฏิบัติการ iOS 6

หน่วยประมวลผล Apple  A6 (ทำให้ CPU และ Graphic ทำงานเร็วขึ้นกว่า iPhone 4S ถึง 2 เท่า)

หน้าจอขนาด 4 นิ้ว เทคโนโลยี In-cell touch ความละเอียด 1136 x 640 พิกเซล ในสัดส่วนภาพ 16:9
รองรับการใช้งานอินเทอร์เนต 3G HSPA+ 21Mbps และ 4G LTE ความเร็วสูงสุด 100Mbps

กล้องหลัง iSight ความละเอียด 8 ล้านพิกเซล f/2.4 BSI, ถ่ายวีดีโอความละเอียด 1080 p ความละเอียด 3264×2448 พิกเซลและสามารถถ่ายภาพพาโนรามาได้ความละเอียดสูงสุด 28 ล้านพิกเซลพร้อมฟีเจอร์กันสั่น

กล้องหน้ารองรับ FaceTime HD ความละเอียด 720p และถ่ายวิดีโอระดับ 720p

ไมโครโฟน 3 ตัวอยู่ด้านบน,ล่างและด้านหลัง เพื่อรองรับการโทรศัพท์เสียง HD และมีฟังก์ชันกันเสียงรบกวน

Connector แบบใหม่มีขนาดเล็กลง มีชื่อว่า Lightning และมาพร้อมหัวแปลงเพื่อให้สามารถใช้งานกับ Connector แบบเก่าได้

หูฟังรุ่นใหม่ที่มีชื่อเรียกว่า Earpods

ใช้ซิมมาตรฐานใหม่ Nano-SIM

แบตเตอรี่ใช้งานได้นานขึ้น โดยสามารถสแตนบายได้ 225 ชั่วโมง, คุยผ่าน 3G ได้ถึง 8 ชั่วโมง, ดูวิดีโอได้นานถึง 10 ชั่วโมงและฟังเพลงได้นานถึง 40 ชั่วโมง

ตัวเครื่องมีให้เลือก 2 สี ได้แก่สีดำและสีขาว


สำหรับ ราคาของ iPhone 5 เท่ากับ iPhone 4S คือรุ่น 16GB ราคา $199, รุ่น 32GB ราคา $299 และรุ่น 64GB ราคา $399 (ราคาทั้งหมดเป็นแบบติดสัญญาของต่างประเทศ) เริ่มเปิดให้จอง (pre-order) ได้ตั้งแต่วันที่ 14 กันยายนนี้ และจะเริ่มวางจำหน่ายจริงในวันที่ 21 กันยายน โดยกลุ่มประเทศแรกที่วางจำหน่ายได้แก่ อเมริกา, แคนาดา, อังกฤษ, เยอรมัน, ฝรั่งเศส, ออสเตรเลีย, ฮ่องกง, ญี่ปุ่น และสิงคโปร์ และแน่นอนว่า เมื่อมีการเปิดตัว iPhone 5 ส่งผลให้ iPhone 4S รุ่นก่อนหน้านี้ถูกปรับราคาลดลงตามธรรมเนียม โดยรุ่น 16GB ปรับราคาลงเหลือเพียง 19,500 บาท

อย่างไรก็ดี สำหรับใครที่อยากจะได้ iPhone 5 มาครอบครอง คาดว่าจะภายในสิ้นปีนี้น่าจะได้ยลโยม iPhone 5 ส่วนคนที่อดใจรอไม่ไหวก็เตรียมควักกระเป๋าให้กับเหล่าบรรดาเครื่องหิ้วทั้ง หลาย ซึ่งน่าจะเริ่มขายกันในเดือนตุลาคมนี้แน่นอน

 

  {youtube}UBEohhaC658{/youtube}

ข้อมูลจาก:

  http://men.kapook.com/view47112.html

 

Go to top